“…” ข้าไปทำบาปกรรมอะไรไว้เนี่ย!
จิ่งหมิงฮ่องเต้ทรงกริ้วจนนวดเคราชี้ชัน “พวกไม่ได้เรื่อง!”
เหล่าองค์ชายก้มหน้าลงทันที “ลูกผิดไปแล้วขอรับ!”
“รู้ว่าผิดก็ดี!” สีพระพักตร์ของจิ่งหมิงฮ่องเต้มืดคล้ำดำสนิทราวกับก้นหม้อ “ไปพิจารณาตัวเองที่ฝั่ายข้าราชการพลเรือนเสีย ภายในสามวันนี้ห้ามกินเนื้อสัตว์และธัญพืช ข้าว่าพวกเจ้าทะเลาะกันเพราะกินอิ่มมากไปน่ะสิ!”
ช่างได้เรื่องเสียเหลือเกินนะ ถ้าจะเป็นกันขนาดนี้ทำไมไม่เปลื้องผ้าออกไปเล่นขี้ดินเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ!
จิ่งหมิงฮ่องเต้ยิ่งคิดยิ่งโมโห พลางกวาดสายหยุดลงที่ไท่จื่อที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ขมวดคิ้วและตรัสออกไป “ไท่จื่อพิจารณาตัวเองที่ตงกงหนึ่งวัน!”
ไท่จื่อตะลึงงัน
การที่เขาต้องคุกเข่ารับโทษด้วยก็ไร้เหตุผลอยู่แล้ว เหตุใดยังต้องพิจารณาตัวเองด้วยอีกคน
ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!
จิ่งหมิงฮ่องเต้กำลังทรงพิโรธ พอเห็นสีหน้าไม่พึงพอใจของไท่จื่อ จึงหัวเราะเย็นชาพลางตรัสถาม“พวกเจ้ามีด้วยกันแปดพี่น้องคน มีหกคนอยู่รวมกันเพื่อฉลองวันเกิดให้เจ้าเจ็ด แต่ไม่มีเจ้าอยู่ด้วย มันเพราะเหตุใดล่ะ”
เป็นเพราะไท่จื่อคิดว่าตนเองสูงส่งกว่าคนอื่นหรือเพราะเป็นคนสร้างความสัมพันธ์กับพี่น้องไม่เก่งจึงถูกพี่น้องคนอื่นทิ้ง?
ในสายพระเนตรของจิ่งหมิงฮ่องเต้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ไม่ดีทั้งนั้น
ผู้สืบทอดบัลลังก์องค์ต่อไปนี้มีสภาพเป็นเช่นนี้คงยากจะกระทำการใหญ่ได้