นเดียวกันกับอวี้จิ่นสองพี่น้องแม่เดียวกัน คนหนึ่งยืนด้านใน อีกคนหนึ่งยืนด้านนอก หากดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ก็มีความเหมือนคล้ายกันอยู่บ้าง ทั้งคู่ต่างถือว่าเป็นหนุ่มรูปงามเหมือนกัน เพียงแต่ว่า ฉีอ๋องคือชายหนุ่มที่อยู่ในวัยกำลังรุ่งโรจน์ ทุกๆอิริยาบถของเขานั้นเต็มไปด้วยความเป็นผู้ดีมีสกุล ส่วนอวี้จิ่นยังมีความเย่อหยิ่งและไม่เชื่อฟังเหมือนเด็ก
องค์ชายสี่หัวเราะ “น้องเจ็ดนึกว่าคนที่มาคือคนอื่นรึ”
น้องเจ็ดของเขาคนนี้ ไม่เคยแสดงความสนิทสนมกับเขามาก่อน
สีหน้าอวี้จิ่นกลับคืนสู่ปกติพร้อมตอบกลับเรียบๆ“พี่สี่มาที่นี่ได้อย่างไร”
องค์ชายสี่ชี้ไปยังประตู “น้องเจ็ดไม่คิดจะเชิญข้าเข้าไปก่อนแล้วค่อยคุยกันหรือ”
อวี้จิ่นเชิญองค์ชายสี่เข้ามาด้วยการเอียงตัวหันข้างเปิดทาง
องค์ชายสี่กวาดสายตามองดูเรือนนั้น
พื้นที่ของเรือนนี้ไม่ใหญ่มาก เก็บกวาดได้สะอาดดี ต้นจามจุรีสูงใหญ่ปกคลุมไปเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ ตรงมุมๆ หนึ่งมีสุนัขหนึ่งตัวนอนอยู่ความสบายและความสงบ กลับเป็นความลำบากสำหรับองค์ชายสี่
องค์ชายสี่ถอนหายใจอีกครั้ง “น้องเจ็ด ให้เจ้าไปอยู่กับข้าเจ้าก็ไม่ยอม จะอยู่ที่นี่คนเดียวให้ได้…”
“ข้าจะรบกวนความสงบของพี่กับพี่สะใภ้สี่ได้อย่างไรกัน” อวี้จิ่นเอ่ยตอบอย่างเรียบๆ
“ดูเจ้าสิ พูดอะไรออกมา” องค์ชายสี่ไม่คิดเช่นนั้น พลางยกมึงขึ้นตบที่ไหล่ของอวี้จิ่น “น้องเจ็ด ถ้าเจ้าไม่อยากอยู่ยาวตลอดไปก็ไม่เป็นไร แต่วันนี้เ