มือของเจียงซื่อที่วางบนเข่าขยับเบาๆ
คงต้องยอมรับว่าใต้เจินเท้าเป็นคนฉลาดกว่าคนปกติทั่วไป
กับคนเช่นเขา การพูดซี้ซั้วมีแต่เป็นการหาเรื่องใส่ตัว
เจียงซื่อเองก็เด็ดขาด นางฉีกยิ้มพร้อมตอบกลับ“คงใช่”
เจินซื่อเฉิงลูบหนวดเป็นพักๆ รู้สึกว่าสาวน้อยตรงหน้ายิ่งอยู่ยิ่งน่าสนใจ“ข้าช่างสงสัยนัก ซิ่วเหนียงจื่อกับฉือหยวนวั่ยฝันเห็นวิญญาณของบุตรสาวสุดที่รักพร้อมกันได้อย่างไร” เจินซื่อเฉิงหยั่งความคิด เมื่อพูดเสร็จสายตาก็จับจ้องเจียงซื่อไม่ขยับ
แววตาสีหน้าของสาวน้อยตรงหน้านิ่งสงบน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ก็คงเหมือนที่เขาพูดกัน เหนือศีรษะสามเซี๊ยะมีเทพเทวาอยู่ คนทำ ฟั้าดู[1]กระมังเจ้าคะ”
“ช่างพูดได้ดี คนทำ ฟั้าดู!” สีหน้าแววตาของเจินซื่อเฉิงเข้มขรึมมากขึ้น “ฟั้าอยากลงโทษคนชั่ว ก็ต้องยืมมือคนมาช่วย คุณหนูเจียงคิดเห็นว่าอย่างไร”
เจียงซื่อยิ้มอ่อน “ใต้เท้าเป็นคนนั้นเองมิใช่รึเจ้าคะ เพราะมีคนอย่างท่านชิงเทียนอยู่ ถึงได้จับฉังซิงโหวซื่อจื่อให้อยู่หมัดจนหญิงสาวที่ถูกทำร้ายได้รับความเป็นธรรม”
สายตาแวววับของเจินซื่อเฉิงจับจ้องเจียงซื่อไม่ห่างไปไหน
เจียงซื่อเงยหน้าที่โค้งเว้าสวยงามของตนขึ้น และให้เขามองดูมันอย่างตามใจ
นางไม่มีเรื่องให้รู้สึกละอายใจเลยแม้แต่น้อย จึงไม่จำเป็นต้องกลัวการถูกซักถาม
แม้ยืนยันได้ว่านางแสร้งเป็นผีแล้วอย่างไรเล่า ใต้เท้าเจินคงไม่จับนางด้วยเหตุผลนี้หรอกกระมัง
เจินซื่อเฉิงกลับหัวเราะขึ้นมาและกะ