สติ พลันตบเข้าโต๊ะดังปัง
เจียงเชี่ยวเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างฉะฉานพร้อมลงท้ายด้วยประโยคสุดท้าย “หลักฐานแน่นหนาตอนพวกหลานออกมา ศพเหล่านั้นยังถูกวางอยู่ในสวนดอกไม้ยังไม่ได้ย้ายออกไปเลยเจ้าค่ะ…”สีหน้าเฝิงเหล่าฮูหยินนิ่งสงัดราวกับน้ำนิ่ง แต่สองมือจับที่วางมือของเก้าอี้แน่นพร้อมกับหายใจเฮือกใหญ่
“เชี่ยนเอ๋อร์ล่ะ พี่รองของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”เซียวซื่อดูแลความเรียบร้อยในเรือนมาหลายปีแต่พอได้ยินเรื่องน่าหวาดผวาเช่นนี้ สภาพจิตใจก็แย่ไม่ต่าง จึงเอ่ยถามออกไป
“ตอนนี้พี่รองมิเป็นไรเจ้าค่ะ คงกำลังจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ แต่ฉังซิงโหวฮูหยินเป็นลมหมดสติไปเจ้าค่ะ”
“ให้ตายเถอะ เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร!”เซียวซื่อนั่งลงที่เก้าอี้เต็มก้น ภายในใจมีเพียงความคิดเดียว นั่นคือ ลูกสาวแย่แน่
แม้ว่าสีหน้าของเฝิงเหล่าฮูหยินไม่สู้ดีนัก แต่ตอนนี้ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมมาก นางออกคำสั่งบ่าวรับใช้ทันทีให้ไปเรียกเจียงอันเฉิงสามพี่น้องกลับจวนเพื่อปรึกษาหารือกับเรื่องนี้
แล้วเรื่องนี้ก็หาใช่เรื่องที่เจียงซื่อและคนอื่นๆสามารถเข้าร่วมได้ หลังออกจากประตูใหญ่เรือนฉือซิน เจียงซื่อกำลังเตรียมตัวกลับเรือนไห่ถังพลันถูกเจียงเชี่ยวดึงไว้ “น้องสี่ ข้าอยากไปเรือนเจ้าหน่อย”
เจียงซื่อไม่มีวันปฏิเสธ จึงยิ้มตอบ “พี่สามตามข้ามาเถอะ”
เจียงเพ่ยอ้าปากพะงาบอยู่หลายที
ตอนนี้นางทั้งรู้สึกตกใจและหวาดกลัว นางรู้สึกอัดอั้นราวกับคนใกล้ตา