ย และอยากตามไปด้วยอีกคน
แต่พอนึกถึงความสัมพันธ์ของตนกับเจียงซื่อแล้วเจียงเพ่ยทำได้เพียงถอนหายใจและมองดูสองคนนั้นเดินจากไปอย่างใจคอเหี่ยวแห้ง
เมื่อกลับถึงเรือนไห่ถัง เจียงเชี่ยวกระดกน้ำชาไปหลายอึก แล้วเอามือทาบอกพร้อมกล่าว “น่ากลัวมากจริงๆ จนถึงตอนนี้ใจของข้ายังเต้นแรงไม่หยุดเลย”
เจียงซื่อขำ “ข้าว่าวันนี้พี่สามทำได้ดีมากแล้วเจ้าค่ะ”
“เป็นการแสดงทั้งนั้นน่ะ” เจียงเชี่ยวไม่ยินดีที่จะเรียกเจียงเชี่ยนว่า “พี่รอง” อีก
นางไม่ใช่คนโง่ ในเมื่อเจียงเชี่ยนช่วยฉังซิงโหวซื่อจื่อคิดร้ายกับลูกพี่ลูกน้องแท้ๆ แล้วผู้หญิงที่ตายไปเหล่านั้น เจียงเชี่ยนไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยจริงหรือแน่ล่ะ เพื่อชื่อเสียงของจวนปัวแล้ว นางไม่พูดมั่วซั่วเป็นแน่ แต่นั่นก็ไม่อาจห้ามไม่ให้นางรู้สึกห่างเหินกับเจี่ยงเชี่ยนมากขึ้นกว่าเดิม
คำตอบของเจียงซื่อกลับทำให้เจียงเชี่ยวรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย “บางทีนางอาจจะกลับมาที่จวนปัว”
“หมายความว่าเช่นไร”
“เพื่อให้เรื่องนี้ส่งกระทบต่อจวนปัวน้อยที่สุด เจ้าคิดว่าท่านย่ากับอารองคุยกันเสร็จแล้วจะทำอย่างไรต่อไป”
เจียงเชี่ยวเข้าใจทันที “หย่า! เพราะเจียงเชี่ยนยังไม่มีบุตร การหย่ากับฉังซิงโหวซื่อจื่อที่เป็นคนเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ทำได้ หรือแม้กระทั่งบังคับให้หย่าก็อาจเป็นไปได้”
พอพูดถึงตรงนี้ เจียงเชี่ยวพลางถอนหายใจ “น่ารำคาญเสียจริง!”
นางรู้สึกอยู่ไม่สุข เมื่อนึกถึงตนที่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกั