พิ่งใจร้อนไป ข้าไขคดีมาหลายปี ไม่เคยตัดสินผิดเลยสักครั้ง ข้าเชื่อมาตลอดว่าแค่ได้ลงมือ ก็ย่อมมีร่องรอยเหลืออยู่เป็นแน่ แม้ว่าฆาตกรจะรอบคอบเพียงไหน ผู้ถูกกระทำก็จะเป็นคนบอกข้อมูลแก่พวกเราเอง”
“ว่าอย่างไรนะ? คนตายพูดได้?” คำอธิบายที่แปลกใหม่ของเจินซื่อเฉิงสร้างเสียงวิพากษ์ขึ้นมากมาย จนผู้คนลืมความหวาดกลัวไปชั่วขณะ
“คนตายพูดได้อยู่แล้ว แต่มีเพียงคนที่ต้องการทำความเข้าใจกับพวกเขาจริงๆ ถึงจะเข้าใจได้!”เจินซื่อเฉิงย่ำเท้าเข้าใกล้ศพแต่ละศพ และพูดกับนักชันสูตรศพ “ตรวจสอบศพใหม่ๆ ศพนี้ก่อน!”
นักชันสูตรศพหยุดการตรวจสอบสาเหตุการตายของทุกศพ และวิ่งมาตรวจสอบศพที่ถูกขุดขึ้นศพแรกแทน
กลิ่นเหม็นจากศพนี้ เป็นกลิ่นที่รับไม่ได้ที่สุดแต่ไม่มีผลกระทบใดๆ กับนักชันสูตรศพ พวกเขาปฏิบัติหน้าที่ของตัวอย่างเต็มที่ และเริ่มตรวจสอบจากส่วนศีรษะถึงส่วนล่าง
เจียงซื่อมองดูนิ่งๆ อยู่ไม่ไกล พลางกุมมือแน่นอย่างเงียบๆ
กระดุมหยกเขียวมรกตในมือของศพหญิงสาวจะถูกตรวจพบใช่หรือไม่
ในที่สุด นักชันสูตรศพก็ตรวจสอบถึงบริเวณมือของศพหญิงที่กำไว้แน่น เขารีบคลายมือนั้นออกอย่างระมัดระวังตามประสบการณ์ แล้วเขาก็ตาสว่าง“ใต้เท้า ตรวจพบอะไรบางอย่างขอรับ!” นักชันสูตรศพตะโกนเรียกอย่างตื่นเต้น
“ตรวจพบสิ่งใด”
นักชันสูตรศพแบมือนั้นออก ก็พบว่ามีกระดุมหนึ่งเม็ดอยู่ในนั้น
นั่นเป็นกระดุมหยกลายค้างคาว ภายใต้แสงแดดที่เจิดจ้า มันส่องแสงเจิดจรัสดูเป็นของร