ข้าผิดไปแล้ว” รอยยิ้มของเจียงซื่อลึกซึ้งขึ้น
พี่รองมักจะเรียบง่ายและหยาบกระด้างเช่นนี้เสมอมา แต่กลับทำให้คนจนปัญญา
เจียงเพ่ยเอามือกุมหน้าผากแล้วกระทืบเท้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า “พี่รองทำเกินไปแล้ว ข้าจะฟั้องท่านลุงใหญ่!”
บุตรีอนุที่ประจบประแจงต่อหน้าท่านแม่ใหญ่ย่อมรู้ว่าหากเกิดเรื่องขึ้นท่านแม่ใหญ่ไม่มีทางออกหน้าแทนนาง ถ้าจะจัดการเจียงจั้นได้ต้องอาศัยเจียงอันเฉิง
เจียงลี่รีบดึงเจียงเพ่ยไว้ “น้องหก ก่อเรื่องเพิ่มมิสู้ทำให้เรื่องน้อยลงดีกว่า ช่างมันเถอะนะ”“ทำไมต้องปล่อยไป ข้าไม่ได้พูดอะไรเสียหน่อยแต่พี่รองกลับปกปั้องพี่สี่มาก จนรังแกคนอื่น”
เมื่อเห็นเจียงเพ่ยไม่ยอม เจียงลี่ที่ไม่อยากมีเรื่องก็เอ่ยเตือนว่า “น้องหกเจ้าลืมไปแล้วหรือ พี่รองบอกว่าอีกไม่กี่วันจะเชิญพวกเราไปที่จวนโหวอีกถึงตอนนั้นพี่สี่ก็จะไปด้วย”
เจียงเพ่ยคลายความโมโหลงทันที
ไม่รู้ว่าพี่รองถูกมนตร์ดำอะไรครอบงำ เป็นพี่น้องเหมือนกันแต่กลับเอาอกเอาใจแต่เจียงซื่อ
พี่รองบอกว่าคราวหน้าจะไปจัดงานชมดอกไม้อีกสักครา ถึงตอนนั้นจะเชิญสตรีผู้สูงศักดิ์ไปด้วย นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเหล่าสตรีผู้สูงศักดิ์เหล่านั้น นางไม่ควรอดไปเพียงเพราะคำพูดของเจียงซื่อๆ คำเดียว
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เจียงเพ่ยจึงเลือกที่จะอดทนอดกลั้นและคิดในใจว่า คอยดูเถอะ จะทำให้เจียงซื่อได้เห็นดีสักวัน!
เจียงซื่อและพี่ชายเดินเข้าไปในเรือนฉือซิน เฝิงเห