ารักใคร่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กมิใช่หรือ”
เจียงซื่อยิ้มบางๆ “อาสะใภ้รองพูดผิดไปแล้ว ข้าปฏิบัติต่อพี่น้องอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีความลำเอียงเจ้าค่ะ”
หัวใจของเซียวซื่อลุกเป็นไฟ แต่พอนึกถึงคำวิงวอนในจดหมายของเจียงเชี่ยนก็ไม่อยากแตกหักกับเจียงซื่อ จึงได้แต่หัวเราะแห้งๆ สองคำเพื่อเฉไฉเหตุใดเชี่ยนเอ๋อร์ถึงปฏิบัติต่อหนูสี่ด้วยท่าที่ที่แปลกไปเช่นนี้ ประเดี๋ยวค่อยหาโอกาสถามเชี่ยนเอ๋อร์
“เอาล่ะ พวกเจ้าออกไปเถอะ เซียวซื่อ เจ้าพูดมาสิ” เฝิงเหล่าฮูหยินฟังแล้วรำคาญ จึงไล่เจียงซื่อและพี่ชายออกไป
หลังจากออกมาเจียงจั้นก็ตบหน้าอกเบาๆ “อยู่ข้างนอกยังสบายกว่า ถ้ารู้แต่แรกว่าจะอยู่ต่ออีกหลายๆ วัน”
“หืม? อยู่ต่ออีกหลายๆ วัน? “เสียงเย็นๆ ดังมาจากด้านหลังร่างกายของเจียงจั้นแข็งทื่อค่อยๆ หมุนกายไปฝืนยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่น่าเกลียดยิ่งกว่าร่ำไห้“ท่านพ่อ…”
สีหน้าของเจียงอันเฉิงดุดัน ในใจรู้สึกโกรธ
หลายวันมานี้บุตรชายและบุตรสาวสองออกไปอยู่ข้างนอก แม้เขาจะไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็กินข้าวไม่ลง พอได้ยินว่ากลับมาแล้วก็รอพวกเขามาคารวะไม่ไหว จนต้องมุ่งหน้ามายังเรือนฉือซินคิดไม่ถึงว่าเจ้าลูกเต่าจะพูดเช่นนี้
ไม่ตีไปสามวันเนื้อด้านขึ้นแล้ว
เจียงซื่อยกชายกระโปรงย่อกายคารวะ ยิ้มพร้อมกับทักทายเจียงอันเฉิง “ท่านพ่อ พวกเรานำของพิเศษมาให้ท่านมากมาย ลูกเคยลองกินมาแล้วรสชาติดีเยี่ยมเลยเจ้าค่ะ”
เจียงอันเฉิงฟังแล้วก็ดีใจ หายโกรธทันที