นายท่านฉือสั่นสะท้านไปทั้งตัว จ้องเขม็งไปยังเงาร่างที่จู่ๆ ก็โผล่มา
ประตูถูกลมพัดจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด แต่ในเวลานี้เขาไม่รู้สึกแสบแก้วหูอีกต่อไป จิตใจทั้งหมดถูกดึงดูดโดยหญิงสาวที่อยู่ข้างโต๊ะ
“เจียวเจียว เจ้าเองหรือ” นายท่านฉือรีบก้าวเข้าไปด้านใน แต่หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าวจู่ๆ ก็เวียนหัว อ่อนแรงจนล้มไปข้างหน้า
หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะลุกขึ้นยืนและค่อยๆ หันกลับ“เจียวเจียว ยัยหนู นี่เจ้าหายไปไหนมา รู้หรือเปล่าว่าพ่อเป็นห่วงแทบแย่!” หลังจากตื่นเต้นดีใจในครั้งแรก สีหน้าของนายท่านฉือก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว
หญิงสาวกะพริบตาเบาๆ และน้ำตาก็ไหลออกมา
“เจียวเจียว เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า” นายท่านฉือร้อนใจมาก
ในสายตาของเขา ลูกสาวมีนิสัยเหมือนเด็กผู้ชายน้อยนักที่จะร้องไห้
“ท่านพ่อ ลูกตายแล้วเจ้าค่ะ…”“นายท่านฉือตะลึงงันไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็โมโหขึ้นมา “เหลวไหล! ยัยเด็กซน คิดว่าแค่พูดแบบนี้ก็จะไม่โดนตีแล้วหรือ”
เขาพูดพลางมองไปรอบๆ หยิบไม้ขนไก่ขึ้นมาแล้วเดินไปทางหญิงสาว แต่เดินไปได้แค่สองก้าวก็ต้องตกตะลึง
น้ำตาไหลออกมาจากหางตาของหญิงสาว ไหลอาบไปตามแก้มที่สวยงามของนาง
เสียงหนึ่งดังขึ้น สักพักไม้ขนไก่ในมือของนายท่านฉือตกลงสู่พื้น
“ท่านพ่อ ท่านฟังข้านะ…” ดวงตาของหญิงสาวมีน้ำตาไหลพราก ค่อยๆ เล่าถึงเรื่องที่ตนเองได้เผชิญมา
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ลมกระโชกแรงพัดเข้ามา พัดเสื้อผ้าบางๆ ของนายท่านฉือขยับไปม