ซ็งแซ่ราวกับฝูงแมลงวัน
เหล่าผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างหน้าดำคร่ำเครียด รู้ดีว่าเจ้าหนุ่มจากสำนักหนานซานจงใจหาเรื่องฉีกหน้า แต่สิ่งที่มันพูดดันเป็นความจริงจนเถียงไม่ออก
ทำได้เพียงส่งสายตาตำหนิติเตียนไปที่จางอวิ๋น
ราวกับจะบอกว่า… เจ้าคนเดียวทำพวกเราขายหน้ากันหมด!
จางอวิ๋นลอบกลอกตามองบน แต่เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบก็ส่ายศีรษะเบาๆ
ไม่ว่าจะโลกไหน สันดานมนุษย์ก็เหมือนกันหมด ข่าวลือเรื่องชาวบ้านนี่ไวยิ่งกว่าแสง!
เขาชำเลืองมองผู้อาวุโสหนุ่มปากดีจากสำนักหนานซานแวบหนึ่ง ไม่ได้มีโทสะแต่อย่างใด เพียงแค่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“มิทราบว่าผู้อาวุโสท่านนี้มีนามว่ากระไร?”
“ทำไม? อยากรู้จัก ‘ผู้อาวุโสอย่างข้า’ งั้นรึ?”
ผู้อาวุโสหนุ่มแค่นหัวเราะอย่างถือดี “ข้าหาได้มีความสนใจในตัวสวะ…”
“ถ้าไม่อยากบอกก็แล้วไปเถอะ ข้าก็แค่ถามไปตามมารยาท” จางอวิ๋นยักไหล่ ทำท่าจะเดินหนี
ท่าทางเมินเฉยนั้นทำให้ผู้อาวุโสหนุ่มคิ้วกระตุก รีบประกาศชื่อเสียงตนเองด้วยความหงุดหงิด
“ใครบอกว่าข้าไม่อยากบอก! จงจำใส่กะโหลกไว้ ข้าคือผู้อาวุโสลำดับแปดแห่งสำนักหนานซาน นามว่า ‘ชิวเลวี่ย’!”
“อ๋อ… ที่แท้เจ้าก็ชื่อชิวเลวี่ยนี่เอง!”
จางอวิ