อนไม่นับว่าเป็นอริยสงฆ์”
เจียงจั้นไม่ยอมแพ้ “กล่าวเช่นนี้ไม่ได้ ใครๆ ก็มีช่วงที่เผลอเรอไปบ้าง ถ้าจงใจปล่อยให้เสวียนฉือก่อเรื่องเช่นนี้ ต่อไปวัดหลิงอู้ก็จบสิ้นลงพอดี แต่ข้าว่าเจ้าอาวาสวัดหลิงอู้สายตาเฉียบแหลมมองเรื่องนี้ออกอย่างชัดเจน ทั้งยังสัญญาว่าจะควบคุมศิษย์ให้ดี…”
“น้องเจียงเอ้อร์คิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับวัดในชนบทเช่นนี้คืออะไร?”
เจียงจั้นตะลึงงัน โพล่งออกมาว่า “ชื่อเสียงสิ เมื่อมีชื่อเสียงโด่งดังก็จะมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศมาทำบุญ วัดถึงจะมีเงินบริจาค…”
แม้ว่าเรื่องเงินทองจะเป็นเรื่องของฆราวาส แต่พระสงฆ์ก็ต้องกินข้าวนี่นา
อวี้จิ่นส่ายหน้า “วัดที่ไม่มีชื่อเสียงก็ต้องการชื่อเสียงจริงๆ แต่สำหรับวัดหลิงอู้ในตอนนี้ กลับเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่เมื่อสูญเสียไปกลับไม่ได้สำคัญเหมือนที่คนทั่วไปคิด”“ทำไม?”
เจียงซื่อที่อยู่ในรถเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
อวี้ชีมักมีเหตุผลแปลกๆ ครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะพูดหลอกพี่ชายรองอย่างไร
“ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา วัดหลิงอู้ได้สะสมทรัพย์สมบัติไว้มากพอ แล้วยังมีที่ดินผืนใหญ่อยู่มากมาย ต่อให้ชื่อเสียงย่อยยับไป แต่ที่ดินเหล่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้พระสงฆ์เหล่านั้นเสวยสุขได้โดยไม่ทุกข์ร้อน เจ้าอาวาสวัดหลิงอู้แสดงท่าทีเช่นนี้กับผู้บัญชาการทหารประจำอำเภอก็เพราะเห็นสมควรว่าทำเช่นนั้นดีกว่า ลูกศิษย์ที่ใช้วิธีชั่วร้ายหาเงินเข้าวัดหลิงอู้มากมายนั้นต้องโทษไปแล้ว แล้วก็มอบมรดกให้กับ