ลูกศิษย์ที่ได้ดั่งใจคนใหม่แทน เช่นนี้จะมีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบกว่านี้อีกหรือ”
เจียงจั้นได้ยินดังนั้นก็ตะลึงงัน เบ้ปากกล่าวว่า“พี่อวี๋ชี ท่านคิดในแง่ร้ายเกินไปแล้วกระมัง”
เจียงซื่อยกมุมปากขึ้น
จิตใจของคนบางคน เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเลวร้ายได้ขนาดไหน ในข้อนี้นางคิดเหมือนกันกับอวี้ชี
อวี้จิ่นไม่โต้เถียง พูดเรียบๆ ว่า “ที่จริงนี่ก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น ไม่ทราบว่าพวกเจ้าจะไปที่ใดต่อจากนี้หรือ”
เจียงจั้นหันหน้าตะโกนเข้าหน้าต่างรถ “อ้อ ใช่สิน้องสี่ ได้ยินเจ้าบอกแค่ว่าอยากเที่ยวเล่น แล้วพวกเราจะไปไหนกันต่อหรือ”
อวี้จิ่นเกือบตกจากหลังม้า
แบบนี้ก็ได้ด้วย?
“เมืองเปั่ยเหอ อำเภอเปั่าเฉวียนเจ้าค่ะ” เจียงซื่อกล่าวยิ้มๆ“เมืองเปั่ยเหอ อำเภอเปั่าเฉวียน?” เจียงจั้นตกใจ “ที่นั่นค่อนข้างไกลเลยนะ พอดีข้ามีเพื่อนเป็นคนที่นั่น”
“ไกลแค่ไหนหรือเจ้าคะ” เจียงซื่อตกใจระคนดีใจคิดไม่ถึงว่าเจียงจั้นจะเคยได้ยินชื่อสถานที่แห่งนี้มาก่อน
ช่วยไม่ได้ เพราะภาพลักษณ์ของพี่ชายที่ไร้ความสามารถได้ฝังลึกลงไปในจิตใจเข้าแล้ว
“ราวๆ ร้อยได้ลี้กระมัง ถ้าพวกเราเดินทางด้วยความเร็วขนาดนี้ก็ต้องใช้เวลาประมาณสองถึงสามวันเลยทีเดียว” เจียงจั้นค่อนข้างลำบากใจ“น้องสี่ ข้าว่าเมืองเล็กๆ เหล่านี้ก็คล้ายๆ กัน ถ้าอย่างไรเที่ยวเล่นแถวนี้มิดีกว่าหรือ”
เจียงซื่อขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ยังไม่ทันจะหาเหตุผลมาเป็นข้ออ้างได้ เจียงจั้นก็ถอนหายใ