จ “ก็ได้ ในเมื่อน้องสี่อยากไปที่นั่นก็ไปกันเถอะอย่างไรเสียก็ว่างอยู่แล้ว”
“ขอบคุณพี่ชายรองมากเจ้าค่ะ” เจียงซื่อยิ้มหวาน
อวี้จิ่นใช้ปรายตามองเจียงจั้นอย่างดูถูก
กลับคำพูดเร็วขนาดนี้เชียว กล้ายืนกรานหนักแน่นให้นานกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือ
ตลอดการเดินทางไม่มีอะไรเกิดขึ้น และแล้วก็ใกล้จะถึงเมืองเปั่ยเหอ อำเภอเปั่าเฉวียน
บนถนนเส้นหลักมีรถม้าสีเขียวคันหนึ่งแล่นอยู่ ไม่แปลกแยกหรือดูสะดุดตาแม้แต่น้อย ทว่าชายหนุ่มสองคนที่ควบม้าขนาบข้างรถม้ากลับดึงดูดความสนใจของคนเดินอยู่บ่อยครั้ง
คุณชายน้อยสองท่านที่ควบขี่ม้าด้วยชุดวิจิตรท่าทางอิสระผึ่งผายและรูปงามเช่นนี้ จะไม่ให้เป็นที่เอิกเกริกก็ไม่ใช่เรื่องง่ายทันใดนั้นเสียงอุทานของอาหมานก็ดังขึ้นมาจากภายในรถม้า
“เกิดอะไรขึ้น” อวี้จิ่นและเจียงจั้นถามพร้อมกัน
รถม้ามีขนาดเล็กมาก แต่ภายในรถม้ากลับตกแต่งให้อยู่อย่างสบาย เวลานี้อาหมานปิดปากตัวเองแน่น มองเจียงซื่อด้วยความตกตะลึง
เจียงซื่อใช้มือหนึ่งถือกระจก อีกมือหนึ่งเขียนคิ้วหลังจากวาดคิ้วจนได้รูปแล้วก็หันไปถลึงตาใส่อาหมานแวบหนึ่ง ตวาดเสียงต่ำว่า “เจ้าอย่าเอ็ดไป”
อาหมานเบิกตากว้าง ยื่นมือไปชี้ไปยังเจียงซื่อ“คุณหนู ท่าน ท่าน…”
มีเสียงเคาะผนังรถ จากนั้นตามมาด้วยน้ำเสียงเจือความห่วงใยของเจียงจั้น “น้องสี่ เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม”
น้ำเสียงของหญิงสาวราบเรียบ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะล้อเล่นกับอาหมานเฉยๆ”
อวี้จิ่นกำบังเหียนแน่น