แม่นางหลี่เอ่ยขึ้นอย่างลังเล “เมื่อครู่ข้าเพิ่งคิดเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับแม่นางฉือได้”“เรื่องอะไรหรือ” เจียงซื่อไม่แสดงสีหน้าใดๆออกมา แต่ในใจกลับอดตื่นเต้นไม่ได้
เรื่องที่เกี่ยวกับแม่นางฉือยิ่งละเอียดเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
แม้ว่าความรู้สึกของนางจะคิดว่าแม่นางฉือเป็นผู้ที่รับเคราะห์คนล่าสุด แต่ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นล่ะ
วันที่ใต้เท้าเจินอยู่ที่โรงพักม้าก่อนจะเข้าเมืองหลวงคือวันที่สิบเก้าเดือนห้า มีเวลาเหลือให้นางไม่มากแล้ว
“ข้าอยากถามแม่นางเจี่ยงสักเรื่อง”“เชิญแม่นางหลี่ว่ามาเถิด”
แม่นางหลี่ขยับริมฝีปากขมุบขมิบ กำมือแน่นแล้วคลายออก เห็นได้ชัดว่านางรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
เจียงซื่อรออย่างอดทน
“เกิดเรื่องขึ้นกับแม่นางฉือใช่หรือไม่” ในที่สุดแม่นางหลี่ก็รวบรวมความกล้า ถามคำถามที่ที่คิดวกวนอยู่ในใจออกมา
เจียงซื่อเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นพยักหน้าน้อยๆ
ใบหน้าของแม่นางหลี่ซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม“นาง…”
อยากจะถามว่านางเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็พูดไม่ออกจริงๆ
หลังจากการตายของคนรัก หญิงสาวคนนี้กลายเป็นคนที่อ่อนไหวและหวาดกลัวต่อ ‘ความตาย’ ยิ่งกลัวว่าความโชคร้ายนี้จะเป็นชะตาชีวิตคนที่นางรู้จัก แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นคนที่พบกันโดยบังเอิญก็ตาม
“ข้ามาเพื่อช่วยนาง” ท้ายที่สุดเจียงซื่อจำต้องพูดประโยคนี้ เชื่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับอีกฝั่ายแล้วแม่นางหลี่นิ่งเงียบไปนานหลายอึดใจ
“แม่นางหลี่อยากพูดอะไรหรือ” เจียงซื่อทำลายความเงียบ