่งพบกันแต่ก็รู้สึกคุ้นเคยเหมือนเป็นสหายกันมานาน ให้พวกเราได้พูดคุยกันนะเจ้าคะถ้าท่านรอจนเบื่อแล้วก็ไปดื่มชากับคุณชายอวี๋ก่อนก็ได้เจ้าค่ะ”
“ไม่เบื่อหรอก พวกเจ้าคุยกันเถอะ อยากคุยกันนานเท่าไหร่ก็ได้” เมื่อถูกน้องสาวออดอ้อนเช่นนี้เจียงจั้นก็ฉีกยิ้มจนเห็นฟันขาว จากนั้นลากอวี้จิ่นออกไป
อวี้จิ่นถลึงตาใส่เจียงจั้นอย่างไม่สบอารมณ์ต่อความไม่เอาถ่านของเขา
คนคนนี้เอาแน่เอานอนอะไรได้ไหม
แม้เจียงจั้นจะไม่เข้าใจความคิดที่แท้จริงของอวี้จิ่น แต่ก็ดูออกว่าเขาไม่พอใจ หัวเราะหึๆ “น้องสี่ก็เอ่ยปากแล้ว เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไยไม่ทำตามใจนางเล่า โอะ พี่อวี๋ชี ท่านไม่มีน้องสาวนี่นา ไม่เข้าใจหรอก”อวี้จิ่นกลอกตามองบน
เขาไม่มีน้องสาวงั้นหรือ ถ้าข้าไล่เรียงชื่อพี่สาวน้องสาวพวกนั้นออกมาหมด เจ้าคงจะตกใจแน่
เพราะมีน้องสาว เขาจึงเข้าใจความคิดของเจียงจั้นได้ยาก
เป็นพี่ชายแท้ๆ แต่กลับไม่มีความน่าเกรงขามเลยเวลาแบบนี้ก็ควรจะตีหน้าเคร่งแล้วพาน้องสาวออกไปสิ
ขณะที่ในรถม้า เจียงซื่อก็ได้เตรียมกระดาษพู่กันและน้ำหมึกไว้เรียบร้อยแล้วแม่นางหลี่มีความรู้เรื่องเรื่องการเขียนภาพมากจริงๆ ไม่นานก็เขียนเค้าโครงรูปพรรณสัณฐานของเด็กสาวออกมาได้
เจียงซื่อกัดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นภาพเขียนภาพนี้นางก็สามารถยืนยันได้ว่าคนที่อยู่ในภาพคือศพหญิงสาวในสวนดอกไม้คนนั้น!
ซึ่งในภาพนี้แตกต่างจากศพของหญิงสาวที่เบิกตากว้างอย่างสิ้นหวัง ดวงตาคู