อวี้จิ่นวางสองมือลงบนเข่า ดูนอบน้อมและจริงใจมาก
ที่จริงเขาก็อยากจะวางตัวให้ดูดีและจริงใจมากทว่าภายนอกมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น จะให้แสร้งทำก็ยากเกินไป
“ครอบครัวของข้าถือว่าเป็นตระกูลบุญหนักศักดิ์ใหญ่ แต่ข้ามีพี่น้องเยอะ ข้าเป็นคนที่เจ็ด จึงไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเท่าไหร่” อวี้จิ่นยิ้มออกมาอย่างไร้ความกังวล “ซึ่งนี่ก็หมายความว่าในอนาคตจะมีชีวิตดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่ที่ตัวเองเป็นหลัก และแน่นอนว่าการได้รับการดูแลเอาใส่ใจจากท่านพ่อกับท่านแม่จึงน้อยกว่าพี่น้องคนอื่นๆถือว่าเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย”
เจียงจั้นพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่รู้ตัว
ไม่ได้รับความสนใจจากพ่อกับแม่ นี่เป็นข้อดี!
เขาได้รับความสนใจจากท่านพ่อมากเกินไป โตปั่านนี้แล้วยังจะถูกจ้องจับตาดู พูดไม่เข้าหูก็ถูกตี
“ดังนั้นพี่อวี๋ชีก็เลยออกมาอยู่เมืองหลวงด้วยตัวเอง?”
อวี้จิ่นตกใจเล็กน้อย แล้วถือโอกาสใช้ประโยชน์จากมันเสียเลย “ใช่ ข้าวางแผนจะลงหลักปักฐานที่เมืองหลวง หลังจากแต่งงานมีภรรยาแล้วจะได้ไม่ต้องไปอยู่ร่วมกับท่านพ่อและท่านแม่”
แค่ก แค่ก ถ้าหากหลังจากพระราชบุตรอภิเษกสมรสแล้วก็ต้องอยู่ในพระราชวัง ถึงกระนั้นคงเป็นปัญหาใหญ่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน คงจะพูดจนปากเปียกปากแฉะน้ำลายท่วมวังแน่
เจียงจั้นตาเป็นประกาย
น้องสี่เป็นคนเย็นชา เอาใจคนไม่เป็น ถ้าออกเรือนไปแล้วไม่ได้อยู่กับแม่ของสามีก็คงจะดีมาก“น้องเจียงเอ้อร์ เจ้ายังมีอะไรอยากจะถามอีกหรือไม่”
เ