จียงจั้นกระแอมเสียงในคอ “เมื่อครู่ข้าก็แค่คุยเรื่อยเปือยเฉยๆ ข้าไม่ได้คิดอะไรเลยนะ”
ยิ่งถามมาก มันก็จะยิ่งบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาสนใจ…
“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม น้องสี่ยังเด็ก” เจียงจั้นทำหน้าบึ้งพลางลุกขึ้นยืน “ขอตัวไปนอนล่ะ”
หลังจากกลับห้อง เจียงจั้นก็เอาแต่นอนมองเพดานพร้อมกับถอนหายใจออกมาหงุดหงิดเสียจริง เมื่อคิดว่าในอนาคตน้องสี่จะต้องออกเรือนไปกับชายแปลกหน้าในใจก็รู้สึกสับสน แต่พอคิดว่านางจะแต่งกับพี่อวี๋ชีก็ยิ่งอยากจะเตะพี่อวี๋ชีสักสองสามที
เป็นพี่ชายนี่มันน่ารำคาญจริงเลย!
ในขณะเดียวกันเจียงซื่อก็ยังไม่หลับ
นางนอนพลิกตัวไปมาถึงเที่ยงคืนจนเมื่อย นางร้อนใจรอไม่ไหวอยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ เพื่อที่จะได้ไปหาแม่นางหลี่
เบาะแสศพหญิงสาวในจวนฉังซิงโหว มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าจะอยู่ที่แม่นางหลี่
เมื่อได้ยินเสียงพลิกตัวไปมาของเจียงซื่อ อาหมานที่นอนอยู่บนเตียงที่ค่อนข้างเตี้ยใกล้ปากประตูจึงถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ “คุณหนูนอนไม่หลับหรือเจ้าคะ”
พูดจบ เสียงฟั้าร้องอันน่าสะเทือนขวัญก็ดังขึ้นมาอย่างฉับพลัน ตามมาด้วยแสงสว่างวาบตัดผ่านกลางท้องฟั้า มันสาดแสงสว่างจ้าเข้ามาทางหน้าต่าง
เพียงชั่วพริบตาเดียว ราวกับสั่นสะท้านไปทั้งผืนปฐพี น่าสะพรึงกลัวนักอาหมานตกใจ รีบพลิกตัวลุกออกจากเตียงอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งพรวดพราดมาอยู่ข้างกายเจียงซื่อโดยไม่สนใจใส่รองเท้าก่อน นางเอ่ยถามขึ้นด้วยความกังวล “คุณหนูเป็นอะไรไหมเ