จ้าคะ”
เจียงซื่อลุกขึ้นมานั่ง สีหน้าเรียบเฉย “ไม่เป็นไร”
“หืม คุณหนูไม่กลัวเสียงฟั้าร้องแล้วหรือ”
เจียงซื่อลุกออกจากเตียงพลางสวมรองเท้าแล้วเดินไปที่ริมหน้าต่าง จากนั้นยื่นมือออกไปผลักเปิดหน้าต่างออก เอ่ยขึ้นเสียงเบา ”ไม่กลัวแล้ว”
นางกลัวเสียงฟั้าร้องมาตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้อาหมานกับอาเฉี่ยวรู้ดี เพียงแต่ว่าหลังจากที่ผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมายก็หายกลัวไปตั้งนานแล้ว
เสียงฟั้าร้องไม่น่ากลัวเท่ากับใจคนหรอก
ลมพัดโชยเข้ามา ผมยาวสลวยและชุดกระโปรงยาวต่างปลิวโบกสะบัด
ท้องฟั้าสูงไกลโพ้นถูกปกคลุมไปด้วยเมฆทมิฬสายฟั้าฟาดสว่างวาบเป็นสาย ภายใต้แสงสว่างอันเจิดจ้านี้ทำให้มองเห็นบรรยากาศทุกอย่างข้างนอกหน้าต่างได้เต็มตา
ไม่นานเม็ดฝนก็ตกลงมา
มันเริ่มตกทีละเม็ดทีละเม็ด ไม่ได้บอบบางเหมือนฝนฤดูใบไม้ผลิ มันเป็นฝนฤดูร้อนที่ตกรุนแรงเป็นพิเศษเสียมากกว่า เม็ดฝนตกลงราวกับเมล็ดถั่วอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ตกลงมาเป็นสาย
เสียงฟั้าร้องอันเขย่าขวัญดังขึ้นอีกครั้ง ฝนตกหนักขึ้นอีก ด้านนอกหน้าต่างพร่ามัวจนเห็นอะไรไม่ชัด มีเพียงแต่เสียงฝนตกที่ดังราวกับเสียงกองทัพทหารและม้าเป็นจำนวนมาก หลายคนต่างตกใจตื่นจากความฝัน
นี่คือฝนห่าใหญ่ที่แท้จริงภายใต้แรงลมที่พัดกระหน่ำ น้ำฝนสาดกระเซ็นผ่านหน้าต่างเข้ามา
อาหมานรีบปิดหน้าต่างลง
“คุณหนูระวังจะไม่สบายเอา กลับไปนอนเถอะนะเจ้าคะ”
เจียงซื่อยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับ แม้จะปิดหน้าต่างลงแล้ว