สายตายังคงมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนเดิม
อาหมานเห็นจึงรีบไปจุดไฟ ในห้องสว่างขึ้นทันตาเห็น“ฝนมาเร็วจริงๆ” นันย์ตาเจียงซื่อแฝงไปด้วยความสุข ทว่าไม่มีใครสังเกตห็น
อาหมานเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาคลุมตัวนางไว้พลางรู้สึกกลุ้มใจเล็กน้อย “คุณหนู ฝนตกหนักขนาดนี้ พรุ่งนี้พวกเราจะเดินทางกันได้ไหมเจ้าคะ”
เจียงซื่อชำเลืองมองอาหมานครู่หนึ่งแล้วยิ้มพูดขึ้น “รีบอะไรเล่า”
อาหมานเบิกตาโพลง “มีคนตายนะเจ้าคะ แม้จะไขคดีได้แล้ว แต่คาดไม่ถึงเลยว่าฆาตกรจะเป็นพระผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดของวัดหลิงอู้ช่างน่าเอือมระอาเสียจริง”พอพูดถึงตรงนี้อาหมานก็เบ้ปากออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูถูก “ในเมื่อเรื่องในวัดหลิงอู้ปีนั้นเป็นเรื่องโกหก แสดงว่าการไปจุดธูปบูชาก็ไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ แล้ววัดโทรมๆ แบบนั้นจะมีประโยชน์อะไร เพราะในเมืองหลวงล้วนมีอยู่ทุกที่”
พอเห็นเจียงซื่อเพียงแค่ยิ้มออกมา สาวรับใช้จึงกะพริบตาปริบๆ “คุณหนู บ่าวพูดผิดหรือเจ้าคะ”
“ที่เจ้าพูดก็มีเหตุผล” เมื่อได้ยินเสียงลมและฝนจากข้างนอกดังกระหึ่ม เจียงซื่อก็อารมณ์ดี“นอนเถอะ”
นางเดินนำไปที่เตียง ถอดเสื้อคลุมออกแล้วนอนลง
ฝนตกแล้ว แถมตกหนักกว่าที่คิดไว้เสียอีก ในที่สุดนางก็นอนหลับได้อย่างสบายใจ
อาหมานเห็นเจียงซื่อนอนลงก็รีบดับเทียบ แล้วขึ้นเตียงอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้มีเสียง
ฝนห่าใหญ่สาดกระทบหน้าต่างเข้ามาตามอำเภอใจ ลมโหมพัดกระหน่ำต้นไม้ใบหญ้าเสียดสีกันจนเกิดเสี