อันสงบมาก จึงได้ยินเพียงแค่เสียงเขาเอ่ยบทสวด
ผู้บัญชาการยิ้มร่า “นี่มันเปิดโลกข้าจริงๆ ไม่นึกเลยว่าเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้วท่านยังจะไม่ยอมรับผิดอีก! ถ้างั้นท่านจะอธิบายเรื่องคราบเลือดที่อยู่บนเชือกร้อยลูกประคำอย่างไร”
ผู้บัญชาการดึงลูกประคำออกเผยให้เห็นเชือก“คราบเลือดพวกนี้ยังเป็นสีแดงเข้ม เห็นได้ชัดว่ามันเป็นรอยเลือดที่พึ่งเลอะติดไม่นาน แถมยังมีลูกประคำที่ตกหล่นอยู่ในที่เกิดเหตุ มีเรื่องราวอันเลวร้ายในปีก่อนๆ ที่ถูกเปิดเผย มีศิษย์คนสนิทปรากฏตัวขึ้นที่บ้านของหลิวเซิ่งพร้อมกับลงมือฆ่าแม่ของหลิวเซิ่ง…เสวียนฉือ ท่านยอมรับผิดเถอะ อย่าเห็นทุกคนเป็นคนโง่!”
เสวียนฉือเซถอยหลัง ในที่สุดก็ยอมรับความผิดสิ่งที่ทำให้ทุกคนเลื่อมใสก็คือ ไม่นึกเลยว่าการคาดคะเนของผู้บัญชาการจะคล้ายกับข้อแก้ต่างของเสวียนฉือ
ค่ำคืนอันมืดมิดได้ล่วงเลยผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้วเสวียนฉือถูกคุมตัวไปไว้ที่โรงฟืน คนที่มุงดูต่างก็พากันทอดถอนหายใจด้วยความโกรธจากนั้นก็สลายตัวไป เดาว่าพรุ่งนี้หลังจากข่าวแพร่สะพัดไปแล้วมันจะเป็นมรสุมใหญ่แน่
พระท่านต่างก็รู้เลยว่าหลังจากวันนี้ไปจะต้องลำบากมากแน่นอน จึงแยกย้ายกันไปอย่างหมดอาลัยตายอยากก่อนที่ผู้บัญชาการจะเข้าไปพักผ่อนก็ได้ไปหาเจียงซื่อ แล้วคำนับนางหนึ่งที “ขอบใจแม่นางมากที่ช่วยเหลือ”
เจียงจั้นตกตะลึง
น้องสี่ทำอะไร ทำไมเขาถึงไม่รู้