ผู้บัญชาการพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ทุกคนตกอยู่ในความประหลาดใจ ทว่าเสวียนฉือยังคงรอยยิ้มบางๆ ไว้บนหน้าเหมือนเดิม “อาตมารอฟังอยู่”
“ข้าซักถามมาหลายต่อหลายคน เมื่อยี่สิบปีก่อนวัดหลิงอู้ไม่ได้มีสภาพเหมือนตอนนี้ ตอนนั้นวัดหลิงอู้เป็นเพียงวัดบนเขาธรรมดาๆ วัดหนึ่ง มีพระจำนวนสองสามรูปอาศัยการบิณฑบาตผ่านไปวันๆ ตอนที่อาจารย์เสวียนฉือออกบวชก็อายุเกือบสามสิบปีแล้ว ถ้าเทียบกับพระที่บวชมาตั้งแต่เล็ก ในใจเจ้าอาวาสท่านแทบจะไม่มีฐานะอะไรเลย…” เสียงของผู้บัญชาการดังสะท้านไปทั่วหล้ายามวิกาล มันส่งผ่านเข้าไปในหูของทุกคนที่กำลังฟังอยู่ในขณะนี้อย่างชัดเจนภายใต้ค่ำคืนที่แสงสลัว สีหน้าของเสวียนฉือยังคงนิ่ง ไฟที่ถูกจุดไว้ตลอดทั้งคืนส่ายวูบวาบไปมาตามสายลม ทำให้เห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดเจนผู้คนจึงเดาอารมณ์เขาไม่ออก
เจียงซื่อหลับตาลงแล้วสูดจมูกขึ้นเบาๆ
สายลมได้พัดพาเอากลิ่นความชื้นเข้ามา เห็นทีพรุ่งนี้ฝนจะตก
และอาจจะเป็นฝนห่าใหญ่ด้วย
ผู้บัญชาการจ้องเสวียนฉือไม่วางตา “ตามประสบการณ์ของข้า ส่วนมากเหยื่อที่ตายในคดีฆาตกรรมกับฆาตกรจะมีความเกี่ยวข้องกันบางอย่างแน่นอน ถ้าหาไม่เจอทันที แสดงว่าอาจจะปิดบังไว้อย่างดี และพอข้าไต่ถามได้ความว่าก่อนที่ท่านจะออกบวช เดิมท่านเป็นคนเมืองนี้เงื่อนงำมันจึงค่อยๆ ชัดเจนขึ้นมา ท่านเป็นสหายกับอารองของหลิวเซิ่งที่เป็นเหยื่อ!”
“อมิตาพุทธ คนหนุ่มสาวจากทุกๆ ครอบครัวในเมืองชิงหนิวล้วนเป็นสห