“เสวียนอัน…”
พราชราพนมมือหันมาทางเสวียนฉือพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่คิดเลยว่าศิษย์น้องจะจำศิษย์พี่อย่างข้าที่กวาดพื้นมากว่าสิบปีได้”
การปรากฎตัวของพราชราทำให้ชาวบ้านที่มุงดูค่อยๆ เบิกตาโพลงด้วยความสงสัย ส่วนพระในวัดก็เริ่มอยู่ไม่สุข มีพระส่วนหนึ่งมองมาทางเสวียนฉือด้วยแววตาที่แปลกไปจากเดิม
“ไม่ถึงหนึ่งปี วัดหลิงอู้ก็มีชื่อเสียงแพร่หลายดั่งที่กล่าวไว้ และต้นตอแรกสุดที่ทำให้ชาวบ้านทุกสารทิศแห่กันเข้ามานั่นก็คือพ่อกับแม่ของหลิวเซิ่งที่ไม่มีลูกอยู่นานหลายปี จู่ๆ ก็คลอดหลิวเซิ่งออกมา…เด็กอ้วนจ้ำม่ำคนหนึ่งที่ใครพบใครเห็นก็รักใคร่เอ็นดู!”
พอผู้บัญชาการเปิดโปง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังกระหึ่มขึ้นมา เจียงจั้นยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผากโดยพลัน แล้วทำท่าหวาดกลัว “แม่เจ้า หรือว่าหลิวเซิ่งจะเป็นลูกของเสวียนฉือ”
ทันทีที่พูดออกมา พระท่านต่างก็ส่งสายตาอาฆาตมองมาอย่างรวดเร็ว ซื่อไห่ที่อารมณ์ร้อนที่สุดก็ยิ่งอดไม่ได้ เขาตะเบ็งเสียงลั่นพลางโผเข้ามาหาเจียงจั้น
เจียงจั้นหลบไปอยู่ข้างหลังอวี้จิ่นอย่างไว เมื่อเห็นซื่อไห่ถูกสกัดไว้ จึงมองไปที่เจียงซื่อด้วยความน้อยใจ
เจียงซื่อทำหน้าจนปัญญา “พี่รองพูดไม่คิด”
อะแฮ่ม อะแฮ่ม ผู้บัญชาการกระแอมเสียงขึ้นเพื่อดึงความสนใจจากทุกคนกลับมา “พ่อและแม่ของหลิวเซิ่งแต่งงานกันมากว่าสิบปีแล้วเหตุใดถึงไม่มีบุตร นั่นก็เพราะท่านพ่อของหลิวเซิ่งเป็นหมัน! ถ้าไม่ใช่เสวียนฉือบังเอิ