ี” เจียงซื่อเห็นว่าสามเณรน้อยเศร้าน้อยลงแล้วจึงเปลี่ยนน้ำเสียงการพูดทันที “ทว่าศพขอบุรุษที่ตายในบ่อน้ำช่างน่าสงสารเสียจริง ข้าได้ยินมาว่าคนที่ตายโดยไม่รับความเป็นธรรมจะกลายเป็นสัมภเวสีเร่ร่อนอยู่ในโลกมนุษย์”
สามเณรน้อยยกมือขึ้นมาปิดปากไว้
“ท่านอาจารย์ตัวน้อยเต็มใจจะช่วยเขาหรือไม่”สามเณรน้อยรีบพยักหน้ารับ จากนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้นอย่างทุกข์ใจ “เณรจะช่วยเขาได้อย่างไร”
“ก่อนอื่นท่านอาจารย์ตัวน้อยต้องบอกก่อนว่ารู้จักบุรุษผู้นั้นหรือไม่”
“รู้จัก เขามาพักเป็นช่วงสั้นๆ ที่วัดอยู่บ่อยๆ”
“ถ้างั้นเขามีคนที่สนิทหรือไม่”
สามเณรน้อยเอียงหัวทำท่าครุ่นคิด แล้วถามเจียงซื่อออกไป “คนในวัดหรือว่าญาติโยม”
เจียงซื่อยิ้มขึ้น “ขอแค่สนิท ท่านอาจารย์ตัวน้อยบอกมาได้เลย”
“อืม…ถ้าเป็นในวัดล่ะก็…เนื่องจากโยมคนนั้นมาบ่อยจึงรู้จักทั้งอาจารย์อาและศิษย์พี่”
“แม้แต่พวกอาจารย์อาของท่านอาจารย์ตัวน้อยก็รู้จักบุรุษคนนั้นงั้นรึ!”
“ใช่ เพราะว่ามาบ่อย มีครั้งหนึ่งเณรเห็นเขาคุยกับอาจารย์ลุงเสวียนฉือ”
“ไม่ทราบว่าเขาเริ่มมาที่วัดหลิงอู้บ่อยๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่”สามเณรน้อยคิดไปคิดมาแล้วเอ่ยขึ้น “สองปีที่แล้ว”
เจียงซื่อหัวใจกระตุกวาบขึ้นมา เหมือนว่าจะจับอะไรบางอย่างได้คร่าวๆ แต่มันก็ยังไม่ชัดราวกับมองดอกไม้ท่ามกลางหมอกหนา ซึ่งไม่รู้ด้วยว่าจะดึงกุญแจสำคัญออกมาจากหมอกได้จากตรงไหน
“ถ้างั้นเขาสนิทกับญาติโยมพวกนั้นหรือไม่”เจียงซื่อเก็บเอา