องอะไรที่ทำให้ท่านอาจารย์ตัวน้อยจำได้ขึ้นใจบ้างหรือไม่”
ในที่สุดสามเณรน้อยก็พยักหน้าลง “มี ตอนนั้นมีญาติโยมเข้ามาพักชั่วคราวอยู่ท่านหนึ่ง โยมท่านนั้นเป็นหญิงสาวแต่ว่าแต่งตัวเป็นผู้ชาย ซึ่งถูกศิษย์พี่ที่จัดการเรื่องที่พักดูออกก็เลยต้องจัดการให้นางไปพักอยู่ที่เรือนข้างแม่นางหลี่”
พอกล่าวถึงตรงนี้ สามเณรน้อยก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “ใช่แล้ว สีกาท่านนั้นกับแม่นางหลี่มาขอยันต์อยู่เย็นเป็นสุขเหมือนกันและชนิดเดียวกันด้วย”
เจียงซื่อหัวใจกระตุกวาบ รีบถามขึ้น “ท่านอาจารย์ตัวน้อยยังจำได้ไหมว่าสีกาท่านนั้นอายุเท่าไหร่ หน้าตารูปร่างเป็นอย่างไร”
ภาพแม่นางท่านนั้นยังคงติดอยู่ในความทรงจำของสามเณรน้อยอย่างชัดเจน “ดูเหมือนว่าจะเด็กกว่าโยมนิดหน่อย หน้าตาก็ดูดีมากเลย”“นางมีชื่อเรียกอันใด เป็นคนในพื้นที่หรือไม่”
“นางแจ้งว่าตัวเองแซ่ฉือ เณรไม่เคยเจอนางมาก่อนเลย”
“แล้วสีกาท่านนั้นออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
สามเณรน้อยส่ายหน้า “จำไม่ได้แล้ว”
คุยสัพเพเหระอยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นว่าถามหาข้อมูลจากปากของสามเณรได้ไม่มากแล้ว เจียงซื่อจึงยิ้มพลางเอ่ยขึ้น “ขอบคุณท่านอาจารย์ตัวน้อยมาก ตอนนี้ดึกมากแล้ว ท่านอาจารย์ตัวน้อยต้องรีบเข้านอนถึงจะได้โตไวๆ เดี๋ยวข้าให้อาหมานไปส่งท่านดีหรือไม่”
สามเณรโบกมือปัด “เณรกลับเองได้ เดี๋ยวถ้าพวกศิษย์พี่เห็นโยมวิ่งเพ่นพ่านไปมาจะถูกดุเอา”
พอเห็นสามเณรวิ่งไปไกลแล้ว เจียงซื่อถึงได้กลับซึ่งเจออวี้จิ่นก