ับเจียงจั้นที่กำลังเดินมาพอดี
ทั้งสามจึงเดินไปด้วยกันพลางกระซิบพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล
“ข้าไปถามบุรุษหนุ่มผู้นั้น เขาบอกว่าได้ยินแม่เขาพูดว่าเมื่อก่อนวัดหลิงอู้เป็นวัดบนเขาที่ชำรุดทรุดโทรมแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ที่แม่ของหลิวเซิ่งคลอดหลิวเซิ่งมา ทุกคนก็เห็นว่ามันศักดิ์สิทธิ์ได้ผลตามที่ขอ ดังนั้นทุกคนจึงแห่กันมาจุดธูปไหว้วานศาลกล่าว ชื่อเสียงวัดหลิงอู้จึงค่อยๆเจริญรุ่งเรืองขึ้นมา…” อวี้จิ่นชะงักไปครู่หนึ่ง “ซึ่งนั่นก็หมายความว่า หลังจากที่แม่ของหลิวเซิ่งคลอดลูก ชื่อเสียงของวัดหลิงอู้ถึงได้เริ่มเจริญ”
“ข้าไต่ถามสามเณรน้อยได้ความมาเรื่องหนึ่งหลิวเซิ่งเพิ่งจะเริ่มมาที่วัดหลิงอู้บ่อยๆ เมื่อสองปีก่อน”
เจียงจั้นพูดแทรกออกไป “ข้าก็ไปไต่ถามบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งมา เขาบอกว่าเมื่อก่อนหลิวเซิ่งเป็นคนใช้ชีวิตเสเพลคนหนึ่ง เล่นการพนันเป็นประจำร้านขายเสื้อผ้าของครอบครัวเขาต้องหยุดกิจการไปพักหนึ่งเพราะเขาเป็นแบบนี้ แล้วสองปีก่อนไม่รู้ว่าได้เงินจากที่ไหนมาถึงได้เปิดกิจการขึ้นมาอีกครั้ง”
“สองปีก่อน…” เจียงซื่อพูดพึมพำ
ตอนนั้นจะต้องมีอะไรบางอย่างที่สำคัญถูกมองข้ามไปแน่นอน!