ห้ประพฤติตัวเลยเถิด ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็มักจะทำทีปิดตาข้างหนึ่ง แต่ครั้นเรื่องราวดันมาเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม ทั้งยังถูกขุนนางสอบสวนต่อหน้าคนจำนวนมากเช่นนี้กลับไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด
ผู้บัญชาการมิได้ใส่ใจท่าทีของคุณชายหลี่เพียงแต่หัวเราะขึ้นพลางเอ่ยว่า “คุณหนูหลี่ ข้าแค่อยากฟังจากปากเจ้าเท่านั้นเอง”
คุณหนูหลี่เม้มปากแน่น ใบหน้ายังคงขาวซีด ริมฝีปากแห้งผากยังคงสั่นไม่หยุด ราวกับว่าพยายามต่อสู้อย่างหนัก
“ใต้เท้า น้องสาวข้าเป็นเพียงเด็กสาวที่ยังมิได้ออกเรือน เมื่อต้องมาเผชิญกับเรื่องเช่นนี้จึงได้ตกใจกลัว ท่านอย่าบีบคั้นนางอีกเลย!”
ในที่สุดใบหน้าของผู้บัญชาการก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา ก่อนจะยกมือขึ้นชี้ไปที่เจียงซื่อ “คุณหนูนางนี้ก็เป็นเพียงเด็กสาวที่ยังมิได้ออกเรือน แต่เหตุใดถึงได้สงบนิ่งปานนั้น”
แม้คำพูดนั้นเป็นการย้อนถามเพียงให้คุณชายหลี่สงบปาก แต่ไม่ได้คิดว่าหญิงสาวที่ถูกชี้จะเผยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “เพราะข้าไม่มีสิ่งใดต้องรู้สึกผิดนี่เจ้าคะ ตอนเช้ามิได้ทำเรื่องเลวร้าย ตกค่ำจึงมิต้องตกใจกับแค่เสียงเคาะประตู หากน้องสาวไม่ได้ร้อนตัว ยามเจอเหตุการณ์เช่นนี้ก็น่าจะแค่รู้สึกสงสารผู้ตายเท่านั้น แต่เหตุใดถึงต้องกลัวเล่า”
“พูดได้ดี!” เจียงจั้นรู้สึกว่าน้องสาวตัวเองพูดได้ดีจึงยกนิ้วชม
อวี้จิ่นเม้มปากเพื่อข่มรอยยิ้มนั้นไว้ สายตาของเขาจับจ้องไปบนใบหน้าของหญิงสาว
ผู้บัญชาการผงะไปชั่วขณ