าเจียงซื่อกำลังมองมาทางเขาเขาจึงหันกลับมาสบตาคู่นั้น สายลมในฤดูใบไม้ผลิหลอมละลายความเฉยเมยนั้นไปจนหมดสิ้นและเผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ
เจียงซื่อถอนสายตากลับมาและมองไปด้านหน้าอีกครั้ง
แต่จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะดังขึ้นจากในกลุ่มฝูงชน “ดูสิ ตัวของเขาถูกผูกติดอยู่กับก้อนหิน!”
แม้ว่าขณะนั้นดวงอาทิตย์จะลาลับขอบฟั้าไปแล้วแต่ท้องฟั้ากลับยังสว่างโล่ง ทำให้พื้นที่ภูเขาด้านหลังหลังที่โล่งแจ้งแห่งนี้ยิ่งสว่างไสวขึ้นไปอีกฉะนั้นแม้ว่าจะไม่มีแสงจากเปลวไฟ ผู้คนก็สามารถเห็นได้ชัดเจนว่าร่างของชายผู้นั้นถูกผูกติดอยู่กับก้อนหินใบหน้าของชายที่ลงไปในบ่อน้ำตกตะลึงนิ่งไป
มิน่าล่ะ ยามที่เขาอยู่ในบ่อน้ำพยายามออกแรงดึงแค่ไหนก็ดึงร่างนั้นไม่ขึ้น ที่แท้ก็เพราะว่ามีหินถ่วงอยู่นี่เอง อีกอย่างคือขณะที่เขาลงไปผูกร่างศพนั้น เขามัวแต่ลนลานและมีแสงสว่างไม่พอจึงไม่ทันได้สังเกต
“นี่ นี่เป็นการฆาตกรรมชัดๆ!” คนในฝูงชนร้องออกมาด้วยความตกใจ
ในเวลานั้นใบหน้าของพระสงฆ์ต่างก็ไม่สู้ดีเอาเสียเลย
เพราะหากร่างศพนั้นถูกนำขึ้นมาจากบ่อน้ำก็ยังอ้างได้ว่าเป็นการพลัดตกลงไปเอง อย่างมากทางวัดก็สามารถให้เหตุผลว่ารักษาความปลอดภัยไม่เข้มงวดมากพอ แต่เมื่อร่างศพนั้นถูกก้อนหินถ่วงให้จมลงไปเช่นนี้ จึงสรุปได้อย่างเดียวว่า นี่เป็นการฆาตกรรมอย่างไม่ต้องสงสัย!
วัดหลิงอู้มีผู้แสวงบุญถูกฆ่าตายในวัดเช่นนี้ หนำซ้ำร่างศพนั้นยังถูกนำขึ้นมาวางต่อหน้าสาธารณชน แน่นอ