นวนมากเข้าไปร่วมอยู่กับกลุ่มคนเหล่านั้นและเดินตามไปยังวัดหลิงอู้
วัดหลิงอู้ตั้งอยู่ในเมืองขนาดเล็ก ตลอดทางที่เดินผ่านไปมีคนเดินเข้าไปเสริมทัพมากขึ้นเรื่อยๆครั้นไปถึงประตูวัดจึงกลายเป็นฝูงชนจำนวนมหาศาล
เมื่อพระสงฆ์ที่เฝั้าอยู่หน้าประตูเห็นเข้าก็ตกใจตะลึงงัน “อมิตาพุทธ วันนี้วัดเรามิได้เปิดต้อนรับผู้แสวงบุญ เชิญพวกโยมกลับไปเถิด”
บุรุษที่เดินนำด้านหน้าอยู่ในวัยยี่สิบกว่า ใบหน้าหล่อเหลาและสวมอาภรณ์ของชนชั้นสูง แต่กลับมีแววตาดุดัน เมื่อเขาได้ยินคำกล่าวนั้นจึงเอ่ยตอบเสียงดังว่า “พวกข้ามาตามหาคน น้องสาวของข้ามาถวายธูปที่วัดหลิงอู้ จนปั่านนี้ยังไม่กลับเรือน ท่านพ่อของข้าเป็นกังวลจึงสั่งให้ข้ามาพานางกลับไป”
“อมิตาพุทธ วันนี้ที่วัดมีเรื่องเกิดขึ้น เหล่าผู้แสวงบุญที่มาพักที่วัดช่วงสองวันนี้จึงเดินทางกลับกันไปหมดแล้ว ฉะนั้นน้องสาวของโยมจึงมิได้อยู่ที่นี่เป็นแน่…”
“น้องสาวของข้ามาถวายธูปที่วัดหลิงอู้แห่งนี้จนถึงตอนนี้นางยังไม่กลับเรือน พวกข้าก็ควรลองมาตามหาที่วัดนี้ไม่ใช่หรือยังไง ปกติข้ามาถวายธูปถวายปัจจัยไม่เคยมีใครมาขวางทาง แต่ยามนี้คนหายไปทั้งคน ข้าจะมาตามหากลับถูกขัดขวางเสียได้ นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวข้าในที่ของพวกท่านงั้นหรือ”
พระสงฆ์ที่ยืนเฝั้าประตูถูกถามเช่นนั้นก็ถึงกับนิ่งไป
ผู้นำหนุ่มอาศัยจังหวะนี้เดินเลี่ยงพระสงฆ์รูปนั้นเข้าไป พร้อมกับตะโกนขึ้นว่า “ร