“เพราะพี่อวี๋ชีจะมาช่วยข้าอย่างแน่นอน”เจียงจั้นพูดอย่างไม่ต้องสงสัย
คนหน้าด้านอย่างอวี้จิ่นตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะท่าทางขนลุกเมื่อมองสีของท้องฟั้า อวี้จิ่นพูกับเจียงซื่อด้วยน้ำเสียงเชิญชวน “เย็นมากแล้ว พวกเราไปกันเถอะ”
“เดี๋ยวก่อน…” เจียงจั้นดึงแขนของอวี้จิ่นไว้“พวกเราจะไปแบบนี้ไม่ได้!”
“เอ่อ?” อวี้จิ่นจ้องมือข้างนั้นที่แขนของเขา ไม่สบายใจอย่างมาก
“มีคนตายแล้ว และเป็นไปได้ที่คนตายจะไม่ใช่แค่คนเดียว!”
“แล้วไงล่ะ?”“ดังนั้นพวกเราจะไม่จับตัวมือสังหารงั้นหรือ”เจียงจั้นเห็นท่าทางไม่สนใจของทั้งสองคน ก็รู้สึกตะลึง
น้ำเสียงเบาๆ ของอวี้จิ่น “พวกเราไม่ได้เป็นคนฆ่า และไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรอีกด้วย”
จะจับมือสังหารในอาณาบริเวณคนอื่น ถ้ามือสังหารเป็นหนึ่งในพระสงฆ์ เคลื่อนไหวเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับพระสงฆ์ของวัดอย่าพูดถึงการหาตัวมือสังหารเลย แค่หนีไปจากที่นี่ยังต้องเสียแรงพอสมควร
มีเจียงซื่ออยู่ อวี้จิ่นไม่อยากทำดีกลับไม่ได้รับผลดีตอบแทนเช่นนี้และยังเป็นการพาทั้งสามคนไปตกอยู่ในอันตรายอีกด้วย
“แต่ประสบเรื่องเช่นนี้แล้ว พวกเราจะก้าวข้ามมโนธรรมในใจไปได้หรือ” เจียงจั้นยังคงไม่ยอมแพ้
คนตายอีกแล้ว บางทีเมื่อเขาหลับตาลง ก็จะมีผีสองตัวมาพูดคุยกับเขา
อวี้จิ่นมองเจียงจั้นอย่างน่าขัน “มโนธรรมในใจ?ข้าไม่มีหรอก”
“พี่อวี๋ชี คาดไม่ถึงว่าท่านจะเป็นคนเช่นนี้!”เจียงจั้นจับหน้าอกเคียดแค้นชิงชังเป็นอย่างยิ่ง
เขาคิดว่าเป