มเดินไปที่บ่อน้ำ แล้วโยกคันจับอย่างคล่องแคล่ว
เสียงเอี๊ยดๆ ก็ดังขึ้น ไม่นานน้ำหนึ่งถังก็ถูกตักขึ้นมา
เจียงจั้นอดไม่ได้ที่จะยื่นคอไปมอง
“โยม?”
“พระอาจารย์ วันที่อากาศร้อนขนาดนี้ท่านตักน้ำคนเดียวคงเหนื่อยน่าดู ข้าว่างอยู่พอดี ข้าช่วยท่านรดน้ำแล้วกัน”
“นี่จะได้อย่างไร” พระสงฆ์หนุ่มยกถังน้ำแล้วเดินไปยังแปลงผัก
เจียงจั้นพยายามตามไป “พระอาจารย์อย่าปฏิเสธเลย นี่เป็นความจริงใจของข้าที่มีต่อพระพุธทเจ้า บางทีพระพุทธเจ้าอาจจะเห็นความจริงใจส่วนนี้ของข้า ความปรารถนาที่ข้าอธิษฐานในวันนี้อาจจะเป็นจริงในไม่ช้า”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ พระสงฆ์หนุ่มก็ไม่ขวางเขาไว้แล้วและพยักหน้าอมิตาพุทธ พระพุทธองค์โปรดรับรู้ ไม่ใช่ว่าเขาขี้เกียจ
ดูเหมือนว่าบ่อน้ำที่มืดมิดนี้กลับตักน้ำที่ใสมากขึ้นมาได้ จะดมอย่างไรก็ไม่กลิ่นแปลกๆ
รดน้ำแปลงผักเกือบจะเสร็จแล้ว คุณชายรองเจียงเหนื่อยมากนั่งหอบไม่เป็นท่าอยู่บนพื้น
เขาอยากจะพูดคุยเรื่องประสบการณ์ชีวิตกับน้องสี่เหลือเกิน
“วันนี้ขอบคุณโยมมากๆ โยมกลับไปพักผ่อนเถอะ”เมื่อเห็นเจียงจั้นยังทำเป็นเก่งอยู่ พระสงฆ์หนุ่มยิ้มแล้วพูดว่า “หน้าของโยมตากแดดจนจะลอกหมดแล้ว”
เจียงจั้น “……”
เมื่อไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ เจียงจั้นก็ปัดฝุั่นบนร่างกายแล้วยืนขึ้น “ถ้าเช่นนั้นข้ากลับแล้วนะ ใช่สิ ยังไม่รู้ว่าจะเรียกพระอาจารย์ว่าอย่างไรเลย”
พระสงฆ์หนุ่มพนมมือใส่เจียงจั้น “อมิตาพุทธ ข้ามีนามว่าซื่อคง”
“พระอาจ