ยิ้มให้ “เอ๊ะ น้องสี่พักกลางวันเสร็จแล้วหรือ”
“พี่รองไปไหนมา” เจียงซื่อถามอย่างหน้านิ่งๆ“เดินไปเรื่อยเปือยน่ะ” เจียงจั้นมองขึ้นไปบนท้องฟั้า และเปลี่ยนเรื่องคุย “ทำไมพวกเจ้าถึงอยู่ด้วยกันล่ะ”
“บังเอิญมาเจอกันน่ะ และพบว่าน้องเจียงเอ้อร์กำลังทำความดีอยู่ ก็เลยไม่ได้เข้าไปกวน”
เจียงจั้นเก้อเขินมาก “พวกท่านเห็นหมดแล้วงั้นหรือ”
“ไปจากตรงนี้แล้วค่อยคุยกันเถอะ ผ่านช่วงเที่ยงวันไปแล้ว อีกไม่นานก็จะมีคนมาทางนี้มากขึ้น”เจียงซื่อพูดอย่างหน้างอ
ทั้งสามคนกลับไปยังห้องพัก เจียงจั้นเทน้ำใส่กาแล้วหยุดลง “น้องสี่ เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ”
เจียงซื่อยักคิ้ว “พี่รองยังจะกล้าถามอีก ไปภูเขาด้านหลังคนเดียวตามอำเภอใจ ไม่กลัวจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นหรือ”
เจียงจั้นยังไม่ได้พูดอะไร แต่อวี้จิ่นก็หัวเราะขึ้นมาเบาๆ
สาวน้อยผู้นี้ยังกล้าเย้าแหย่ผู้อื่นอีก ก็ไม่รู้ว่ากลางดึกคืนนั้นใครกันที่สะกดรอยตามผีสุราไป
แต่ว่า… นี่อาจพิสูจน์ได้ว่าในใจของนางนั้นเจียงจั้นมีความสำคัญมาก?
สำคัญเกินไป
อวี้จิ่นชำเลืองมองเจียงจั้นที่กำลังเสียใจ ทันใดนั้นก็รู้สึกปวดใจ
“น้องสี่ไม่รู้ หลังจากที่พวกเจ้าไปมีผีสาวมาเข้าฝันข้า! แต่ภูเขาด้านหลังนั้นไม่มีอะไรผิดปกติเลย ข้ายังผลัดกันตักน้ำกับพระสงฆ์นั้นตั้งหลายสิบรอบ แม้แต่ขนนกสักเส้นก็ไม่มี”
“เพราะฉะนั้นพี่รองก็ไม่ต้องทุกข์ใจเรื่องเหล่านี้แล้ว รออากาศเย็นลงหน่อยพวกเราค่อยไป”
เจียงจั้นทำได้แต่พยักห