ึกและระงับอารมณ์ที่จะฆ่าเขาเมื่อครู่ลง
เจียงซื่อเผยอยิ้มอย่างแข็งทื่อตรงมุมปากของนาง“สนทนาต่อ!”
“เช่นนั้นเป็นตาข้าแล้ว” อวี้จิ่นนั่งตัวตรงแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เจียงซื่อเลิกคิ้วขึ้น “เมื่อครู่คุณชายอวี๋เอ่ยถามข้าแล้วว่ารู้ได้อย่างไรถึงเรื่องฉังซิงโหวซื่อจื่อ บัดนี้ถึงตาข้าถาม”
ชายหนุ่มที่อยู่ฝังตรงข้ามกะพริบตาอย่างไร้เดียงสา “แม่นางเจียงถามข้าไปแล้ว”
เจียงซื่อชะงักลงทันใดอวี้จิ่นหัวเราะขึ้น “แม่นางเจียงเพิ่งถามข้าว่าจะไปไหน”
เจียงซื่อ “…”
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังจะโวยวายขึ้น อวี้จิ่นจึงยื่นมือออกไปลูบศีรษะของหญิงสาว น้ำเสียงทะนุถนอมว่า “เอาเถิด อยากรู้สิ่งใดก็ถามมา หากข้าตอบได้จะตอบหมดอย่างไม่ปิดบัง ตกลงหรือไม่”
แม่นางผู้นี้ช่างซื่อเสียจริง ทั้งๆ ที่เขาเต็มใจขายร่างของตนเพื่อชำระหนี้แก่นาง ทั้งกายและใจของเขาก็เป็นของนาง นางจะมาสนใจเกี่ยวกับเรื่องเล็กน้อยที่ว่าใครจะถามคำถามก่อนอีกทำไมเจียงซื่อเอียงศีรษะไปด้านข้าง “คุณชายอวี๋ โปรดระวังกริยาของท่านด้วย!”
มือที่สัมผัสลงตรงศีรษะชะงักลง อวี้จิ่นหลับตาถอนหายใจ “ข้าว่า ข้ายังคงต้องออกไปด้านนอกสักหน่อย แม่นางเจียงอาจไม่ทราบว่าข้ามีนิสัยบางอย่าง”
“นิสัยใด”
“หากข้าอารมณ์ไม่ดีก็มักจะอยากฆ่าคนเพื่อระบาย ไอ้ฉังซิงโหวซื่อจื่อนั่นไม่ใช่คนดีอะไร คืนนี้ข้าจะไปฆ่าเขาเสีย เรื่องอาหารของเอ้อร์หนิวคงจะจัดการได้อีกหลายวันสุนัขตัวใหญ่ที่นอนอยู่ข้างๆ หลงต้