ูกแม่ ลูกแม่! เจ้าจะยังกลับมาหาแม่อีกหรือไม่” ซิ่วเหนียงจื่อเหมือนจะร้องไห้ออกมาแต่นางได้แต่กัดริมฝีปากแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตาด้วยเกรงว่าลูกสาวของนางจะหายไปในพริบตา
แต่อาการง่วงเหงาหาวนอนหลับปรากฏขึ้นอย่างไม่อาจควบคุมได้ เปลือกตาของนางหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดนางก็ไม่สามารถฝืนได้จึงหลับตาลง
เจียงซื่อเข้าไปประคองซิ่วเหนียงจื่อที่หลับไปอย่างรวดเร็วเอาไว้
“อาหมาน พยุงนางเข้าไป”
ด้านอาหมานยังคงมึนงง
“อาหมาน” เจียงซื่อรู้สึกเบื่อหน่ายจึงได้เพิ่มน้ำเสียงให้หนักแน่นขึ้น“เจ้าค่ะ!” อาหมานราวกับเพิ่งตื่นขึ้นจากความฝัน นางเดินโอนเอนเข้ามาแล้วนำมือสอดไปใต้แขนของซิ่วเหนียงจื่อ
หลังจากที่นางวางซิ่วเหนียงจื่อลงแล้ว เจียงซื่อจึงหยิบปินทองแดงนั้นมาวางใต้หมอนนาง
ท้ายที่สุดก่อนจะเหลือบไปมองสตรีที่นอนหลับใหล เจียงซื่อถอนหายใจและเดินไปทางเรือนด้านขวา
ภายในนั้นยังมีชายผู้ที่พยายามจะเข้ามาทำร้ายย่ำยีซิ่วเหนียงจื่อยามค่ำคืนนอนอยู่
“คุณหนูเจ้าคะ ควรจัดการอย่างไรกับคนผู้นี้ดี”อาหมานกระซิบถาม
“มีดทำครัวนั่นอยู่ที่ใด”
อาหมานกลับไปยังห้องเมื่อครู่แล้วหยิบมีดทำครัวออกมา
เจียงซื่อหยิบมีดทำครัวและชี้ไปที่ร่างกายส่วนล่างของชายผู้นั้น ก่อนจะกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ตัดมันเสีย”
“เจ้าคะ?” อาหมานนำมือขึ้นมากุมปากเอาไว้ด้วยน้ำเสียงแหลมสูงในวันนี้นางถูกเรื่องต่างๆ รุมเร้าค่อนข้างมากเบื้องบนเป็นพยานได้ นางเป็นเพี