อดครวญอยู่ในเรือน” เมื่อกล่าวจบอาหมานก็ถอนหายใจออกมาอย่างเห็นอกเห็นใจ
“จัดเตรียมของให้เรียบร้อย ค่ำคืนนี้เราจะเดินทางไปหมู่บ้านหวังจยากัน”
“คุณหนู?” อาหมานแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา แต่เมื่อพบกับสายตาอันสงบนิ่งของเจียงซื่อ นางจึงทำได้เพียงหยักหน้าแล้วไม่กล้าเอ่ยถามอีก ทว่าในใจนางกลับรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก
ในครั้งนั้นคุณหนูพานางแอบไปสำรวจทะเลสาบมั่วโยวยามค่ำคืน ครั้งนี้จะพานางไปสำรวจหมู่บ้านหวังจยา ในฐานะบ่าวรับใช้คนโปรด นางรู้สึกว่าชีวิตนี้ช่างน่ายอดเยี่ยมจริงเมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ เจียงอันเฉิงก็ได้นำข่าวดีมาแจ้งว่า “ช่างน่าบังเอิญเหลือเกิน อาสามของเจ้าเคยได้ยินเรื่องวัดหลิงอู้มาก่อน”
เจียงซื่อคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะสามารถสืบเรื่องเต้าหู้ไซซีซิ่วเหนียงจื่อได้ แต่เรื่องของวัดหลิงอู้กลับทำให้นางประหลาดใจและดีใจนัก
“วัดหลิงอู้อยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ”
“อยู่ที่เมืองชิงหนิวตรงชานเมืองหลวง แม้จะไม่ได้ขึ้นชื่อเท่ากับวัดใหญ่ในเมืองหลวงเหล่านั้นแต่ก็นับว่ามีชื่อเสียงไม่น้อยในพื้นที่ใกล้เคียง”เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ เจียงอันเฉิงก็หัวเราะ ออกมา“ว่ากันว่าหากต้องการบนบานหาคู่หรือมีบุตรที่นี่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก”
“เช่นนั้นหรือเจ้าคะ” เจียงซื่อนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะใช้โอกาสที่เหมาะสมเอ่ยร้องขอเจียงอันเฉิงว่า “ลูกอยากไปถวายธูปเทียนที่วัดหลิงอู้และพักที่นั่นสักสองสามวันได้หรือไม่เจ้าคะ”
ที่เขตชานเหมืองไม่เหมื