ส่ายหน้าแล้วกล่าวเบาๆ ว่า “อาหมานเจ้าถูกเด็กหลอกเอาเสียแล้ว ที่นี่ไม่ใช่เรือนของเต้าหู้ไซซีหรอก”
“หา? เหตุใดคุณหนูจึงกล่าวว่าเช่นนั้นเจ้าคะ”
เจียงซื่อนิ่งเงียบไปชั่วครู่ นางกำลังครุ่นคิดว่าท่ามกลางความมืดนี้ นางจะทำการค้นหาเรือนของเต้าหู้ไซซีต่อไปให้พบดี หรือจะกลับไปเสียก่อนแล้วค่อยออกค้นหาใหม่ในวันพรุ่งนี้
จากเหตุผลนั้นเห็นได้ชัดว่าการกลับไปเสียตอนนี้เป็นทางเลือกที่ดี แต่จากความรู้สึกนั้นนางคิดว่าไหนๆ ก็เดินทางมาถึงที่นี่แล้ว หากจะกลับไปมือเปล่าคงคับข้องใจและน่าเสียดายแย่อีกอย่าง หากทางด้านนี้ช้าไปวันหนึ่ง ก็หมายความว่าที่วัดหลิงอู้นั้นก็จะช้าตามไปด้วยอีกวัน ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปแต่ละวันอาจจะมีเด็กสาวเคราะห์ร้ายถูกลงมือมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
ดูเหมือนว่าเจียงซื่อจะมีลางไม่ดีเกี่ยวกับฉังซิงโหวซื่อจื่อสักเท่าไร
นับจากที่ได้สนทนากับเจ้าสองคนนั่น นางก็รับรู้ได้ว่าภายในสองปีมานี้มีหญิงสาวจำนวนเจ็ดแปดคนถูกทำลายโดยฉังซิงโหวซื่อจื่อ แต่บุตรสาวของเต้าหู้ไซซีหายตัวไปหลังจากที่หญิงสาวคนล่าสุดถูกทำร้ายเป็นเวลาไม่ห่างกันมากนัก
นั่นหมายความว่าฉังซิงโหวซื่อจื่อนับวันยิ่งกำเริบมากขึ้นเรื่อยๆ ความห่างของระยะเวลาที่อาจมีหญิงสาวถูกทำร้ายนั้นก็สั้นลงทุกที
แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าการที่นางปรากฏตัวขึ้นในจวนของเขา ทำให้ฉังซิงโหวซื่อจื่อถูกกระตุ้นมากขึ้น
และด้วยเหตุนี้เอง เจียงซื่อยิ่งคิดจึงยิ่งรู้สึกว่าเวลาน้