นเจียงซื่อจึงหันไปยิ้มกับอาหมานว่า “ไปกันเถอะ”
จากการนำทางของอาหมาน นายบ่าวทั้งสองก็ได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านหวังจยา
“คุณหนูเจ้าคะ เรือนของเต้าหู้ไซซีอยู่ที่สุดทางโน้น พวกเราจะเดินผ่านหมู่บ้าน หรือจะเดินอ้อมไปจากด้านโน้นเจ้าคะ”
เมื่อมองไปยังไฟในหมู่บ้านซึ่งยังคงส่องสว่างเจียงซื่อจึงได้ตัดสินใจว่า “อ้อมไปเถอะ”
ชาวบ้านคนธรรมดาทั่วไปบัดนี้ได้ดับไฟนอนแล้วเนื่องจากพวกเขาเสียดายน้ำมันตะเกียง เห็นได้ชัดว่าหากเดินตรงเข้าไปในหมู่บ้านอาจจะมีอันตรายมากกว่า
ลมโชยยามค่ำคืน เกบและแมลงต่างส่งเสียงร้องออกมาดังระงม นายบ่าวสองคนนี้ไม่ได้จุดตะเกียงนำทาง พวกนางจึงทำได้เพียงใช้แสงจันทร์และแสงดาวส่องทางดินโคลนข้างหมู่บ้านซึ่งไม่คุ้นเคย
“คุณหนูเจ้าคะ เรือนหลังที่อยู่บนเนินเขาก็คือเรือนของเต้าหู้ไซซี”
เรือนของเต้าหู้ไซซีไม่เหมือนกับคนทั่วไป นางสร้างเรือนติดกับเนินเขา ดังนั้นโดยรอบจึงไม่มีเพื่อนบ้านอาศัยอยู่
เมื่อเจียงซื่อเดินไปถึงประตูอันทรุดโทรม นางก็หยุดฝีเท้าลงเล็กน้อย
นางไม่ได้กลิ่นเปรี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่มาจากการบดเต้าหู้เป็นเวลานานหลายปีอย่างทั่วไปที่ควรเป็น
ท่ามกลางความมืดไม่ดที่ซ่อนเร้น สีหน้าของนางเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เป็นจริงดังคาด ที่นี่ไม่น่าใช่เรือนของเต้าหู้ไซซี!
“คุณหนูเจ้าคะ พวกเราจะเข้าไปกันหรือไม่” อาหมานมองดูท่าทางของเจียงซื่อซึ่งหยุดอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน จึงได้กระซิบถาม
เจียงซื่อ