น” อาหมานยืดอดรับปากอย่างมั่นใจ
นี่คือครั้งที่สองที่พวกนางลงมือในตอนกลางคืนนายบ่าวทั้งสองนั่งรถออกไปจากตงผิงปัวตามเส้นทางอย่างชำนาญ มุ่งหน้าไปยังแม่น้ำจินสุ่ย
ขณะนี้ ณ แม่น้ำจินสุ่ยเป็นเวลาที่กำลังครึกครื้น
บนผิวน้ำอันกว้างขวางมีเรือจอดเทียบท่าจนเต็ม
มีเรือล่องชมแม่น้ำสูงสามชั้นประดับประดาไปด้วยโคมไฟสีสันสดใส และยังมีเรือสำราญตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดงล่องลอยไปบนแม่น้ำ
บรรดาสตรีน้อยใหญ่ซึ่งอยู่บนเรือเหล่านี้ล้วนเป็นนางโลมที่อาศัยในเมืองหลวง บัดนี้เป็นเวลาอันเหมาะสมยิ่งที่จะออกมาต้อนรับแขก
ที่ว่าแม่น้ำจินสุ่ยไม่เคยหลับใหล ก็หมายถึงช่วงเวลานี้นี่เอง
อาหมานชายตามองออกไป เห็นเพียงต้นหลิวเขียวขจีริมสองฝัง ในแม่น้ำเต็มไปด้วยเงาจากเรือแสงเจิดจ้าตกลงมาไปยังผิวน้ำสะท้อนดุจทองคำระยิบระยับ เสียงดนตรีอันแผ่วเบาลอยมาตามสายลม งดงามราวกับแดนสวรรค์บนดิน
“คาดไม่ถึงจริงเชียวว่าแม่น้ำจินสุ่ยที่เงียบสงบยิ่งในตอนกลางวัน จะครึกครื้นเช่นนี้ในยามค่ำคืน”อาหมานอุทานออกมา เมื่อสังเกตเห็นว่าเจียงซื่อหยุดฝีเท้าลงจึงเอ่ยถามว่า “คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดจึงไม่เดินหน้าต่อ”
หมู่บ้านหวังจยาอยู่ไม่ไกลจากคลองต้นหลิวเท่าไรนัก ทั้งสองไม่จำเป็นเป็นต้องเข้าใกล้แม่น้ำจินสุ่ย
เจียงซื่อมองไปยังคลองต้นหลิวและแม่น้ำสายนั้นในใจลึกๆ ของนางก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา
พี่รองของนางสิ้นชีวิตเพราะจมลงไปในแม่น้ำจินสุ่ยนี้
นางสูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้