วงเจ้านายกันปล่อยสุนัขออกไป!”
เอ้อร์หนิวมองหลงต้านด้วยหางตา และยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน
มันต้องการจะกล่าวว่า มีสิทธิ์อะไรมาปล่อยข้าทำไมไม่ปล่อยเจ้าไปแทนเล่า?
แต่สิ่งที่ทำให้หนึ่งคนหนึ่งสุนัขคิดไม่ถึงก็คือเจ้าของพวกเขาได้ก้าวยาวๆ เดินออกไปข้างนอกเสียแล้ว
นี่มันเรื่องอะไรกัน
หนึ่งคนหนึ่งสุนัขมองหน้ากันและรีบตามออกไป
อวี้จิ่นรีบออกไปข้างหน้า เมื่อมองไปยังประตูไม้สีเขียวนั่นก็หยุดลงชั่วครู่ พลางปรับลมหายใจให้กลับมาปกติและเปิดประตูไปทันทีเอ้อร์หนิวก็วิ่งพรวดออกไปจากข้างตัวของอวี้จิ่น
“มารดามันเถอะ” อาหมานตกใจอดไม่ได้จนร้องเสียงหลง
เจ้าสุนัขตัวใหญ่มาหยุดตรงหน้าเจียงซื่อ ใช้ปากงับชายแขนเสื้อของนางลากเข้าไป ทั้งส่ายหางดุ๊กดิ๊กอย่างดีใจ
เจียงซื่อแอบถอนหายใจเงียบๆ
สุนัขเถรตรงกว่าคนอยู่มากโข ไม่ว่าคนจะเปลี่ยนไปอย่างไร เปลี่ยนไปแค่ไหน ขอเพียงกลิ่นไม่เปลี่ยนแปลงไป แน่นอนว่าสุนัขก็จะจำได้อยู่แล้ว
“รีบปล่อยก่อน ไม่เช่นนั้นเจ้าจะทำให้แขนเสื้อของข้าขาดเอาได้นะ”
เมื่อนางได้กล่าวออกมา เสียงธรรมชาติที่ได้ยินนั้นแจ่มใสไม่เหมือนกับอาหมาน เสียงอ่อนโยนเช่นหญิงสาวก็ปิดเอาไว้ไม่มิด
เอ้อร์หนิวที่งับเสื้ออยู่พลางคิดและหันกลับไปมองอวี้จิ่น
“คุณชาย…เจียง เชิญด้านใน”เจียงซื่อเองก็ไม่ได้อยากยืนอยู่นอกประตูให้นานเท่าใดนัก จึงได้เดินนำหน้าอวี้จิ่นเข้าไปด้านในก่อน
คนที่ประตูแอบเรียกหลงต้านเงียบๆ “ก็เห็นๆอยู่