ียน”
“ข้าเป็นห่วงว่าเจ้าจะถูกเอาเปรียบ เลยอดไม่ได้ที่จะเตือนเจ้า”
หลงต้านกัดมือ
เขากำลังฝันไปใช่หรือไม่!
เอ้อร์หนิวกำลังนอนทำท่าทางสบายๆ พลางกระดิกหางอยู่ระหว่างอวี้จิ่นและเจียงซื่อ และมันเองก็ไม่เคยรู้สึกสบายขนาดนี้มาก่อน
ฝังหนึ่งเป็นเจ้านาย ฝังหนึ่งเป็นนายหญิง เป็นสุนัขที่รู้จักแสดงความรู้สึกมากมายตัวหนึ่งเลยไม่เสียดายที่เกิดเป็นชาติสุนัขจริงๆ
ใบหน้าเจียงซื่อร้อนผ่าวพลางกัดปากตอบ “ข้าหมายถึง เหตุใดท่านจึงพูดว่าซื่อจื่อแห่งฉังซิงโหวเช่นนั้น หรือว่าเขามีอะไรผิดปกติ?”
ไม่มีใครถามเขาว่าเขาคิดอย่างไรเสียหน่อย คนผู้นี้เหตุใดจึงทำเหมือนไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอยู่ได้ ช่างเป็นคนที่ปลิ้นปล้อนเสียจริง
“ซื่อจื่อแห่งฉังซิงโหวดวงตาหม่นหมอง ริมฝีปากซีดเซียว เวลาเดินเท้าก็เบาไร้เรี่ยวแรง…”ตามคำอธิบายลักษณะที่อวี้จิ่นกล่าวมา ทำให้หลงต้านไม่สามารถใช้ความตกใจเพื่ออธิบายอารมณ์ในตอนนี้ได้
ตามท่าทางที่เจ้านายบอก ซื่อจื่อแห่งฉังซิงโหวเป็นพวกมักมากนี่ แล้วจะไปพูดแบบนี้กับแม่นางผู้นี้ได้อย่างไรกัน
“สรุปก็คือซื่อจื่อแห่งฉังซิงโหวเป็นพวกมักมากบุรุษเช่นนี้ไม่ควรเข้าใกล้ ดังนั้นแม่นางเจียงจงอยู่ห่างคนประเภทนี้เอาไว้”
เจียงซื่อมุมปากกระตุก “คุณชายอวี๋มองจากรูปลักษณ์เอาอย่างนั้นหรือ”อวี้จิ่นพยักหน้าย้ำ “รูปลักษณ์ภายนอกของผู้คนบ่งบอกจิตใจภายใน”
เมื่อห้าปีที่แล้วเขากำลังจะเดินทางไปทางใต้ ซึ่งตรงกับการแต่งงา