ิธีที่จะจัดการกับเดรัจฉานตัวนั้นแล้วฉะนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ที่จวนโหวอีกต่อไปแล้ว”
ดวงตาของเจียงเชี่ยวเป็นประกาย นางอยากจะพูดบางอย่าง แต่หลังจากกวาดสายตาไปที่ประตูห้องแล้วก็กลืนถ้อยคำเหล่านั้นลงคอไป เจียงเชี่ยวคว้ามือเจียงซื่อมากุมไว้แน่น “เช่นนั้น ยามไปพบเจียงเชี่ยนก็ขอตัวลากลับเลยแล้วกัน!”
เจียงซื่อเริ่มสังเกตได้ว่าท่าทีของเจียงเชี่ยวที่มีต่อเจียงเชี่ยนค่อยๆ เปลี่ยนไปเล็กน้อย
แม้ว่าแรกเริ่มเดิมทีทั้งเจียงเชี่ยวและเจียงเชี่ยนจะไม่ได้สนิทสนมกันอยู่แล้ว แต่นางก็ไม่เคยเรียกแต่ชื่อด้วยท่าทีห่างเหินเช่นนี้
“เจ้าสบายใจได้ เรื่องนี้ให้ข้าจัดการเอง ถ้านางกล้าขัดขวาง ข้าก็จะเล่นละครฉากใหญ่ให้ดู”เจียงเชี่ยวขยิบตาให้เจียงซื่อ
เจียงซื่อยิ้มตอบ “ดีเจ้าค่ะ”
ขณะที่สองพี่น้องกำลังกระซิบกระซาบ ม่านประตูปักลายดอกโบตั๋นก็ถูกยกขึ้น ชิงอีหนึ่งในสองสาวรับใช้ค้อมหลังเดินเข้ามาพร้อมกับอ่างล้างหน้าและผ้าขนหนู “ขอคุณหนูอย่าถือโทษที่บ่าวมาช้าเจ้าค่ะ”
สักพักเจียงซื่อก็เอ่ยแผ่วเบาขึ้นว่า “ไม่เป็นไร เข้ามาช่วยพวกข้าเปลี่ยนอาภรณ์เถอะ”
หลังจากเสร็จสิ้นกิจวัตรยามเช้า สาวรับใช้คนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นว่า “เชิญคุณหนูทั้งสองไปร่วมทานมื้อเช้ากับซื่อจื่อฮูหยินที่เรือนได้เลยเจ้าค่ะ”
เจียงซื่อและเจียงเชี่ยวหันมาสบตากันก่อนจะจูงมือกันเดินตามสาวรับใช้ไปที่เรือนของเจียงเชี่ยนคุณหนูห้าเจียงลี่และคุณหนูหกเจียงเพ่ยมาถึงก่อนแล้ว