เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งสองเดินเคียงไหล่กันมา เจียงเพ่ยจึงเอ่ยขึ้นว่า “พี่ทั้งสองมาช้าเช่นนี้ ข้าเกือบไปตามแล้วเชียว”
หลังจากโดนเจียงซื่อสั่งสอนไปชุดใหญ่ เจียงเพ่ยก็มีความยับยั้งชั่งใจอย่างเห็นได้ชัด
เจียงเชี่ยวผุดยิ้ม “เรือนที่พี่รองจัดไว้ให้ช่างสบายเสียเหลือเกิน ข้าถึงนอนจนไม่อยากจะตื่น”
เจียงเพ่ยเบะปากพี่สามนี่ช่างหน้าหนาเสียจริง แก้ตัวเรื่องนอนตื่นสายได้หน้าระรื่น
เจียงเชี่ยนยิ้มบาง “น้องๆ พักอยู่อย่างสุขสบายข้าก็เบาใจ พวกเจ้าอุตส่าห์มาถึงที่นี่ คราวนี้ก็อยู่เป็นเพื่อนพี่ให้นานขึ้นหน่อยแล้วกัน”
“แน่นอน ช่วงนี้พี่รองก็ไม่ค่อยได้กลับไปที่จวน ที่พวกเรามาก็หวังช่วยคลายความเบื่อหน่ายของพี่รองเนี่ยแหละเจ้าค่ะ” เจียงเพ่ยฉอเลาะ
เจียงเชี่ยนไม่ได้ชายตามองเจียงเพ่ยเลยแม้แต่น้อย ทำทีประหนึ่งว่าหันหน้าไปมองเจียงซื่อ
ขณะที่เจียงเชี่ยวกำลังจะอ้าปากพูดก็ถูกเจียงซื่อกระทุ้งเบาๆ
เจียงเชี่ยวเม้มปากพลางหยุดความคิดที่จะพูดออกไปไว้ชั่วครู่
“พี่รอง วันนี้พวกเราควรไปทักทายโหวฮูหยินใช่หรือไม่เจ้าคะ”
เมื่อได้ยินเจียงซื่อกล่าวดังนั้น เจียงเชี่ยวก็รีบเสริมทัพ “จริงสิ พวกเราเพิ่งมาถึงเมื่อวาน แต่หากวันนี้ยังไม่โผล่หน้าไปอีกเกรงว่าโหวฮูหยินคงจะว่าคุณหนูจวนปัวช่างไม่รู้กาลเทศะ”
เมื่อเห็นว่าเจียงซื่อและเจียงเชี่ยวเอ่ยดังนั้น เจียงเชี่ยนก็หัวเราะพลางกล่าวว่า “ข้าก็รอพวกเจ้าไปพร้อมกันเนี่ยแหละ”
“ห้ะ? อย่างนี้พวกเร