ังกาลู่จื่อกระวีกระวาดลุกขึ้นพลางก้าวเท้าวิ่งตามอานจื่อไปอย่างไม่คิดชีวิต
เมื่อเห็นว่าเงาของทั้งสองหายวับไปแล้ว เจียงซื่อก็ค่อยๆ เดินออกมาจากที่ซ่อนตัว
นางไม่อาจทราบได้ว่าทั้งสองเห็นภาพหลอนอะไรแต่ถ้าให้เดาก็คงไม่ยาก คาดว่าทั้งคู่คงเห็นศพของหญิงสาวเป็นแน่
ความจริงแล้วก็เดาได้ไม่ยาก หิ่งห้อยมายาจะกระตุ้นให้คนเกิดภาพหลอน ซึ่งภาพหลอนนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่อิงจากประสบการณ์ด้านความรู้สึกที่สุดโต่งของบุคคลนั้น ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มีความสุขที่สุด เศร้าที่สุดหรือกลัวที่สุด เป็นต้น
ในขณะที่บ่าวรับใช้หนุ่มทั้งสองกำลังคุยกันว่าพลั่วนั้นหายไปไหน จิตใต้สำนึกของพวกเขาก็เริ่มผูกโยงการคาดเดาเข้ากับเรื่องศพหญิงสาว สิ่งที่หิ่งห้อยมายาทำก็คือขยายเรื่องราวที่ดูไร้สาระที่สุดให้ใหญ่โตขึ้นเท่านั้นเอง
ฉะนั้นทันทีที่ทั้งคู่หันหน้าไปจึงเห็นศพหญิงสาวกำลังถือพลั่วอยู่ในมือ
เจียงซื่อถือพลั่วนั้นเดินไปนั่งยองๆ อยู่ข้างศพของหญิงสาวแม้ว่าบรรยากาศโดยรอบจะมืดมิด แต่ก็ไม่อาจบดบังกลิ่นฉุนคาวเลือดนั้นได้
เจียงซื่อสูดหายใจเข้าลึกๆ พลางแหวกผ้าปูเตียงที่ห่อศพนั้นออก
นางมองสำรวจไปทั่วเรือนร่างของศพนั้น
คนที่ถูกฝังที่นี่ก่อนหน้านี้เป็นลูกสาวของหญิงที่เจียงซื่อบังเอิญพบนางขณะที่กำลังพยายามฆ่าตัวตายที่ริมคลองต้นหลิว เจียงซื่อคิดว่าการที่นางได้ทราบตัวตนของเด็กหญิงผู้น่าสงสารคนนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
นางเชื่ออย่างบริสุท