ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางนภา แสงจันทราส่องสะท้อนสีขาวนวล
กลีบดอกโบตั๋นเกาะกลุ่มซ้อนเป็นชั้นราวกับหญิงสาวบริสุทธิ์ที่แต่งองค์ครบเครื่องในช่วงกลางวันแต่ชั่วยามนี้กลับนอนสลบไสลภายใต้เรือนร่างไร้อาภรณ์
เจียงซื่อสูดจมูกเบาๆ พลางทำหน้าเบ้เหยเกทันที
เจียงซื่อไม่รอช้า นางเดินไปหยิบพลั่วที่ข้างกำแพงซึ่งไม่รู้ว่าคนสวนจอมเกียจคร้านแอบโยนทิ้งเอาไว้ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว จากนั้นนางก็ค่อยๆ เดินวนรอบพุ่มดอกโบตั๋นนั้น
นางพยายามหาว่าจุดไหนมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมามากที่สุด
และไม่นานเจียงซื่อก็หยุดเท้า พลางนั่งยองลงจ้องดูพื้นที่บริเวณนั้นโดยอาศัยแสงจากดวงจันทร์
ดินบริเวณนั้นดูนุ่มกว่าบริเวณอื่น ซึ่งดูเหมือนว่าเพิ่งถูกนำมากลบตรงนี้ได้ไม่นาน
เจียงซื่อกำพลั่วในมือแน่นแม้จะรู้อยู่ลึกๆ ว่าใต้พุ่มดอกโบตั๋นนี้มีอะไร แต่ครั้นจะบอกว่าไม่รู้สึกกลัวก็เป็นการพูดโกหก
แต่อย่างไรก็ต้องเห็นด้วยตาตัวเองก่อนนางถึงจะวางใจได้
เจียงซื่อใช้พลั่วขุดลงไป และใช้มืออีกข้างโกยดินขึ้นมา
เนื่องจากไม่ได้จุดไฟจึงต้องอาศัยแสงจากดวงจันทร์ในการแยกแยะสีของดิน เจียงซื่อกัดฟันพลางใช้พลั่วตักดินครั้งแล้วครั้งเล่า กลิ่นเหม็นที่พุ่งเข้ามาที่จมูกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
กองดินทั้งสองด้านเทินสูงขึ้น ครั้นใช้พลั่วขุดลงไปอีกครั้งก็รู้สึกได้ว่าปลายพลั่วสัมผัสเข้ากับอะไรบางอย่าง
ใจของนางเต้นรัวจึงรีบก้มลงไปมองสิ่งที่อยู่ในหลุม
ในหลุมดินสีเข้มมีเงาของอะไร