าก่อนว่าพี่สามจะสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลในตอนนั้นได้ ช่างต่างจากพี่สามที่เห็นในยามปกติโดยสิ้นเชิง
ตั้งแต่ชาติก่อนจนถึงตอนนี้ เจียงเชี่ยวก็ยังเป็นพวกปากร้ายแต่ใจดี หรือจะให้พูดรวมๆ แล้วนางเป็นพวกไม่มีพิษมีภัย
ความจริงแล้วนางเองก็ยังรู้จักเจียงเชี่ยวไม่ดีพอ“อีกครั้งก็ตอนที่อยู่ในสวนดอกไม้ แม้ว่าอาจดูเหมือนว่าฉังซิงโหวซื่อจื่อจะบังเอิญเดินมาเจอพวกเรา เขาเพียงแต่เอ่ยทักทายเท่านั้น ไม่ได้เฉียดเข้ามาใกล้เลยแม้แต่น้อย ดูรักษามารยาทผิดปกติ…” เมื่อพูดถึงตรงนี้ เจียงเชี่ยวก็หัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยันว่า “ดอกโบตั๋นของจวนฉังซิงโหวดึงดูดสายตาผู้คนปานนั้น หากเขารักษามารยาทจริง เจ้าของจวนโหวจะไม่ทราบเลยหรือว่าแขกคงกำลังชมบุปผาอยู่เป็นแน่ แต่เขาก็ยังมาปรากฏตัวในสวน ตอนนั้นข้าเลยมั่นใจว่าเขาจงใจ…”
“ที่พี่สามดึงดันจะนอนกับข้าให้ได้ก็เพื่อจะปกปั้องข้า?” เจียงซื่อถามเสียงเบา
เจียงเชี่ยวหน้าแดง พลางตอบอย่างกระดากอายว่า “น้องสี่เกิดมาหน้าตาสะสวย ข้าคิดว่าถ้าฉังซิงโหวซื่อจื่อที่คิดไม่ดีกับเจ้าเห็นว่าพวกเราอยู่ด้วยกันก็จะยอมปล่อยผ่านไป แต่ใครจะรู้ว่าเดรัจฉานก็ยังคงเป็นเดรัจฉานอยู่วันยังค่ำ เขาถึงกล้า…”
เมื่อพูดถึงท่อนนี้ เจียงเชี่ยวก็ทนพูดต่อไปไม่ไหวความกลัวทำให้ตัวของนางสั่นเล็กน้อย
“น้องสี่ พรุ่งนี้พวกเรากลับจวนกันเถอะ!” เจียงเชี่ยวคว้ามือเจียงซื่อมากุม
เจียงซื่อถอนหายใจ “พี่รองคงพยายามทำทุกวิถีทางรั