น้องสาวสวยเช่นนี้ก็นับว่าเป็นเกียรติของข้ามากแล้ว”
นางไม่ได้รู้สึกผิดบาปในใจ เพราะแท้แล้วเฉาซิงอวี้เป็นพวกจิตวิปริต หากรู้สึกถูกใจสตรีใดก็จะพยายามครอบครองให้ได้ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่เจียงซื่อเกิดมาหน้าตาสะสวยกว่าชาวบ้าน อีกทั้งตอนนี้ก็ไม่มีเรื่องการแต่งงานกับจวนอันกั๋วกงที่เป็นเกราะปั้องกันเสียด้วยครั้นเห็นเจียงซื่อและเจียงเชี่ยวกำลังเดินขึ้นมาถึงบนศาลา เจียงเพ่ยได้แต่ปันยิ้มเหยเกไม่กล้าพูดจาเรื่อยเจื้อยอีก แต่ในใจของนางรู้สึกไม่พอใจเจียงเชี่ยนมากกว่าก่อน
พี่รองมีชาติกำเนิดที่ดี มีชีวิตแต่งงานที่ดี คนที่ยืนพูด ไฉนจะมาปวดเอวอย่างข้าได้[1]
ใครต่างก็ชอบคนสวยทั้งนั้น นางไม่เชื่อว่าพี่เขยที่ได้รู้จักกับเจียงซื่อจะไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยถึงเวลานั้นแล้ว ค่อยมาดูว่าพี่รองจะน้ำตานองเพียงใด
เจียงเพ่ยคิดอย่างแค้นเคืองราวกับว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว ถึงได้รู้สึกสะใจเพียงนี้“พวกเจ้าทั้งสองเหตุใดไม่เดินเล่นต่ออีกหน่อยล่ะ”
เจียงเชี่ยวที่เดินปรี่เข้ามาในศาลาตรงเข้าไปนั่งบนม้าหิน และรับลมเย็นอย่างสบายใจ “แม้ว่าดอกโบตั๋นจะสวย แต่พออยู่นานๆ เข้ากลับรู้สึกว่ากลิ่นฉุนไปหน่อย ดีที่ได้ขึ้นมาสูดอากาศบนนี้”
เจียงเชี่ยนปราดตามองไปที่พุ่มดอกโบตั๋นที่ออกดอกบานสะพรั่งก่อนจะเผยยิ้มออกมา “จริงด้วยต่อให้ทิวทัศน์จะงดงามเพียงใด แต่พอมองนานๆเข้ากลับไม่รู้สึกพิเศษอีกต่อไป แต่ทว่าดอกโบตั๋นนี้ก็ควรค่าแก่การเชยชมยิ่