กตบหน้าต่างกันตรงไหน แต่สุดท้ายนางก็ทำได้เพียงจำใจยอมทำตาม
ถึงตอนนี้ท่าทีของเจียงเพ่ยก็ดูเจียมเนื้อเจียมตัวขึ้นมาถนัดตา นางไม่กล้าหาเรื่องเจียงซื่ออีกแล้ว
“น้องหกไม่อยากกลับจริงๆ งั้นหรือ” เจียงซื่อเอ่ยถาม
เจียงเพ่ยรีบพยักหน้า “ข้าอยากกลับพร้อมพวกพี่ๆ”
“ในเมื่อเจ้าทำตามที่ตกลงกันไว้แล้ว อยากทำอะไรก็เชิญ”
เมื่อเห็นว่าเจียงซื่อเอ่ยดังนั้น เจียงเชี่ยนจึงหัวเราะทำทีเออออไปตามน้ำ “เอาเถอะ อย่างไรเสียก็เป็นพี่น้องกัน จะมีเรื่องบาดหมางใดที่แก้ไม่ได้บ้าง มาพร้อมกันก็กลับพร้อมกันน่ะดีแล้วข้าเตรียมอาหารที่ห้องบุปผาไว้พร้อมแล้ว น้องๆไปทานกับข้าเถอะ”
“พี่รอง พวกเราควรไปทำความเคารพโหวฮูหยินก่อนหรือไม่” คุณหนูห้าเจียงลี่เอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ช่างเถอะ โหวฮูหยินมีธุระต้องทำมากมาย ข้าเองก็เรียนไปแล้วว่าน้องๆ จะมาพักอยู่ที่นี่สักสองสามวัน ท่านก็บอกให้พวกเจ้าตามสบาย”
เจียงลี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก และไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก
เจียงเพ่ยที่ยังคงมีรอยนิ้วมือสีแดงปรากฏอยู่บนแก้มก้มหน้าเดินตามเข้าไปในห้องบุปผา
อาหารบนโต๊ะถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่นานนักบรรดาสาวรับใช้ก็ถือขนมอบผลไม้เดินเรียงแถวเข้ามา
“น้องๆ นั่งเถิด” เจียงเชี่ยนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางกล่าวเชื้อเชิญด้วยท่าทีสบายอารมณ์
แต่แล้วบรรยากาศก็กลับสู่ความอึมครึมอีกครั้งผลไม้สดที่ถูกตักเข้าปากกลับไร้ซึ่งรสชาติ
เจียงเชี่ยนไม่ได้เก็บเรื่องนี้มา