ั่นไม่ได้หมายความว่านางจะอดทนต่อการกระทำโง่เขลาที่ชายหนุ่มแสดงต่อหน้าธารกำนัลได้
นางเชิญบรรดาน้องๆ มาที่จวน หากเกิดเรื่องขึ้นท่านย่าคงไม่ปล่อยนางไว้แน่
“ข้าลืมให้คนไปแจ้งท่านว่าน้องๆ มาถึงกันแล้วเจ้าค่ะ” เจียงเชี่ยนรีบสาวเท้าก้าวไปตรงหน้าเฉาซิงอวี้ พลางแอบบีบแขนชายหนุ่มภายใต้แขนเสื้อ
เฉาซิงอวี้ที่เพิ่งได้สติปรับสีหน้าเริงร่ากล่าวว่า“ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้ามาถึงกันแล้วจึงได้พรวดพราดเข้ามา เชี่ยนเอ๋อร์ เจ้าดูแลน้องๆ ให้ดีล่ะ ส่วนข้าจะไปนั่งกินในห้องตำรา”
เจียงเชี่ยนโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง “เชิญเจ้าค่ะ”
การมาของเฉาซิงอวี้ทำให้บรรยากาศเริ่มมีชีวิตชีวา
“พี่รอง ท่านพี่เขยทานอาหารกับพี่ทุกวันงั้นหรือเจ้าคะ”
“ใช่สิ” เจียงเชี่ยนยิ้มละไม
“ท่านพี่เขยกับพี่รองดูรักกันมากจริงๆ” เจียงเพ่ยยิ้มกริ่ม
เจียงเชี่ยนกำตะเกียบในมือแน่นจนนิ้วมือเริ่มขาดเลือด แต่ใบหน้าของนางยังคงเปือนรอยยิ้ม“อย่ามาหยอกเย้าพี่รองนะ”
หลังจากมื้ออาหารที่แสนเป็นกันเองสิ้นสุดลงเจียงเชี่ยนจึงยกถ้วยชาขึ้นมาจิบพลางเสนอว่า“สวนดอกไม้ในจวนโหวงดงามยิ่งนัก น้องๆ ไม่ต้องขัดเขิน ออกไปเดินเล่นเสียเถอะ”
“พี่รองไม่ไปด้วยกันหรือ” เจียงลี่ถามขึ้น
เจียงเชี่ยนยิ้มบางพลางเอ่ย “ไปสิ ข้าต้องไปเดินเล่นเป็นเพื่อนพวกเจ้าอยู่แล้ว”
เมื่อได้ยินว่าเจียงเชี่ยนจะไปด้วย เจียงลี่ก็รู้สึกสบายใจ
นี่คงเป็นนิสัยขี้ระแวงของนาง เพราะเกรงว่าการออกมาต่างที่อาจมีเรื่องไม่ดีเ