เครื่องประดับศีรษะทองคำฝังเม็ดทับทิมนั้นมาครอบครองแล้ว
“น้องหก เจ้าอย่าพนันเลย…” เจียงลี่รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ถูกไม่ควรจึงพยายามโน้มน้าวอย่างอดไม่ได้
“พี่ไม่ต้องมายุ่ง!” เจียงเพ่ยกลอกตาใส่เจียงลี่
แม้ว่าพี่สาวขี้กังวลคนนี้จะโตกว่านาง แต่นางก็ไม่เคยเห็นหัวเลยสักครั้ง
“ถ้าเช่นนั้นก็เป็นอันตกลงตามนี้”
“หึๆ พี่สี่ก็เตรียมเครื่องประดับศีรษะนั้นไว้ให้พร้อมแล้วกัน ไม่ใช่ว่าถึงเวลาแล้วนึกเสียดายล่ะ” เจียงเพ่ยยื่นมือข้างหนึ่งออกมา
เจียงซื่อเบะปากก่อนจะยื่นมือข้างหนึ่งออกไปแปะมือเจียงเพ่ย
เสียงแปะมือดังขึ้นทำลายความอึดอัดภายในรถม้า
เจียงลี่ยกมุมม่านหน้าต่างขึ้นดูพลางเอ่ยแผ่วเบาว่า “ถึงจวนฉังซิงโหวแล้วนี่”
ไม่นานรถม้าก็จอดสนิท บรรดาสี่สาวพี่น้องก็พากันลงจากรถทีละคน
เจียงเชี่ยวอาศัยจังหวะนี้รั้งเจียงซื่อเอาไว้ และพูดเหน็บแนมว่า “ของเจ้ามีมากจนไม่มีที่วางแล้วงั้นหรือ”
“เปล่าหรอก ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าบางคนก็ควรต้องล้างปากเสียบ้าง”
เจียงเชี่ยวคลายมือออก สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าด้านข้างที่สงบนิ่งของเจียงซื่อพลางคิดในใจว่า ยิ่งมองน้องสาวที่เด็กกว่านางเพียงไม่กี่เดือนผู้นี้ก็ยิ่งเหมือนไม่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ
“คุณหนูมาถึงกันแล้วหรือเจ้าคะ ซื่อจื่อฮูหยินสั่งให้บ่าวเป็นผู้ดูแลเจ้าค่ะ” ชิงอี สาวรับใช้นางหนึ่งยืนต้อนรับอยู่ที่หน้าประตูฉุยฮวาเจียงเพ่ยที่เพิ่งจะแผลงฤทธิ์บนรถม้าเมื่อครู่รีบปรับท่าทีเรียบร้อย