ก้มหน้าก้มตาอย่างสำรวมตามแบบฉบับบุตรสาวของตระกูลสูงศักดิ์ทันที
ชิงอีหันไปมองเจียงเพ่ยแวบหนึ่งด้วยความประหลาดใจ
ครั้นดูจากหน้าตาและท่าทางก็น่าจะเป็นน้องเล็กสุด แต่ทำไมมาเดินอยู่ข้างหน้าล่ะ
ตั้งแต่ลงจากรถม้ามา เจียงเพ่ยก็เริ่มวิตกกังวลเพราะเกรงว่าจะเผลอทำเรื่องขายหน้าจนชิงอีจับสังเกตอาการแปลกๆ นี้ได้ ชิงอีกวาดตามองไปข้างๆ จึงนึกขึ้นได้ทันใดนางอยู่ใกล้ประตูรถม้าที่สุด หลังจากลงจากรถก็ตื่นกลัวจนลืมตัวกระมัง!
ใบหน้าของเจียงเพ่ยแดงระเรื่อขึ้นมาทันใด
คุณหนูห้าเจียงลี่จึงรีบคว้ามือของเจียงเพ่ยพลางเอ่ยขึ้นว่า “เกรงว่าพี่รองจะรอนาน น้องหกถึงได้ร้อนใจกว่าข้าเสียอีก”
เพียงประโยคเดียวก็ช่วยบรรเทาความพิพักพิพ่วนของเจียงเพ่ยไปจนหมดสิ้น
เจียงซื่อเหลือบมองไปที่เจียงลี่
น้องห้าเป็นคนพูดน้อยและสงบเสงี่ยมเจียมตัวมาตั้งแต่เล็ก ไม่ยักรู้มาก่อนเลยว่าจะเป็นคนมีไหวพริบดีเช่นนี้ น่าเสียดายที่ชาติที่แล้วไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของนาง นางแทบจะนึกไม่ออกเลยว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น
แผนผังของจวนตงผิงปัวและจวนฉังซิงโหวต่างกันไม่มาก เพียงแค่มีขนาดกว้างกว่า ห้องหับดูมีสง่าราศีมากกว่าซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาแต่มีเพียงสวนดอกไม้เท่านั้นที่อลังการกว่าของจวนตงผิงปัว
ในสวนดอกไม้ของจวนฉังซิงโหวมีภูเขาจำลองสูงประมาณสามชั้น บันไดทอดจากตีนเขาขึ้นไปยังศาลาด้านบน หากขึ้นไปนั่งในศาลาก็จะได้สัมผัสกับสายลมพัดเย็นสบาย ครั้นทอด