เปิดจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาอ่าน
วาทศิลปของเจียงเชี่ยนปรากฏชัดผ่านข้อความในจดหมาย หลังจากเฝิงเหล่าฮูหยินอ่านจดหมายแล้ว สีหน้าของนางก็ดูผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เซียวซื่อรีบฉวยจังหวะนี้เอ่ยขอร้องว่า “เหล่าฮูหยิน ขอโปรดเมตตาเชี่ยนเอ๋อร์ด้วยเจ้าค่ะ หญิงเฒ่าที่นำจดหมายนี้มาส่งบอกว่าเชี่ยนเอ๋อร์ซูบผอมจนแทบเห็นกระดูกอยู่แล้วเจ้าค่ะ…”
“ได้ ดูไปแล้วนี่ก็เป็นยามดี ให้พวกนางออกไปสูดอากาศเสียบ้างก็ดี” เฝิงเหล่าฮูหยินเอ่ยออกมาในที่สุด
เซียวซื่อเผยสีหน้าเบิกบาน
เฝิงเหล่าฮูหยินเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “พูดก็พูดเถอะ หากพวกนางไปแล้วเกิดเรื่องจนทำให้จวนโหวหัวเราะเยาะได้อีก เชี่ยนเอ๋อร์ที่เป็นพี่สาวจะต้องรับผิดชอบ!”
“เหล่าฮูหยินวางใจได้ เชี่ยนเอ๋อร์รักพี่รักน้องเป็นที่สุด นางจะดูแลน้องๆ อย่างดีเจ้าค่ะ”
ณ เรือนไห่ถัง เจียงซื่อถือเทียบเชิญจากเจียงเชี่ยนขึ้นมาดูครู่หนึ่งก่อนจะโยนลงไปที่โต๊ะหนังสือ หญิงสาวสั่งอาเฉี่ยวว่า “ไปสืบมาสิว่าในบรรดาคุณหนูคนอื่นมีใครได้รับเทียบเชิญนี้อีกบ้าง”
ผ่านไปไม่นานอาเฉี่ยวก็กลับมารายงาน “คนที่ได้เทียบเชิญนี้มีคุณหนูสาม คุณหนูห้าและคุณหนูหกเจ้าค่ะ”
เรื่องนี้ไม่ได้เกินความคาดหมายของเจียงซื่อ แต่ก็ยังทำให้นางถอนหายใจออกมาได้
สองวันหลังจากนั้น คุณหนูทั้งสี่จากจวนปัวก็ขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังจวนฉังซิงโหว